ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่น่าตื่นเต้นเท่าปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 ที่ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ได้ยกระดับมาตรฐานแห่งความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมไปอีกขั้น ด้วยไลน์อัพที่พร้อมกำหนดนิยามใหม่ของการขับขี่ นี่ไม่ใช่แค่การอัปเดตรุ่นรถยนต์ แต่เป็นการประกาศถึงอนาคตที่จับต้องได้บนท้องถนน
สำหรับปี 2025 นี้ Mercedes-Benz ได้นำเสนอขบวนรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรถสปอร์ตคูเป้สุดเร้าใจ ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดหรู รถออฟโรดในตำนาน หรือแม้แต่รถตู้เพื่อการพาณิชย์ ทุกรุ่นล้วนสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของแต่ละรุ่นที่น่าจับตามอง พร้อมวิเคราะห์ถึงจุดเด่นที่ทำให้ Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมระดับโลก
Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé: นิยามใหม่ของสมรรถนะสปอร์ตจากโรงงาน
เมื่อพูดถึงรถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดขีดในปี 2025 ชื่อของ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé ย่อมผงาดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ด้วยราคา 5,250,000 บาท นี่คือยนตรกรรมที่รวบรวมอุปกรณ์ขั้นสูงจาก Mercedes-AMG ไว้มากที่สุดในบรรดารถรุ่นประกอบในประเทศ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบประสบการณ์ AMG ที่แท้จริงให้กับลูกค้าในภูมิภาค
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน CLE 53 คือขุมพลังเบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างลงตัว เครื่องยนต์บล็อกนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งกำลัง แต่เป็นการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพการทำงานและความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ยากจะหาตัวจับ โดยให้กำลังสูงสุดถึง 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 560 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที นับเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
สิ่งที่ทำให้ CLE 53 โดดเด่นเหนือคู่แข่งคือการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ที่สามารถกระจายแรงบิดได้ 100% ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างเหนือชั้น ไม่ว่าจะในสถานการณ์การขับขี่แบบใด ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G ที่ตอบสนองได้ฉับไวแม่นยำ ทุกการเปลี่ยนเกียร์คือความต่อเนื่องของพลังที่ไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ CLE 53 ยังเป็นรุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมกับแพคเกจ AMG Driver’s Package ซึ่งปลดล็อกความเร็วสูงสุดได้ถึง 270 กม./ชม. เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตให้กับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วอย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่แค่รถที่เร็ว แต่เป็นรถที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น
เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันเหนือชั้น
การเพิ่ม AMG DYNAMIC PLUS Package เข้ามาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในปี 2025 นั้น ถือเป็นการยกระดับไดนามิกการขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยฟังก์ชัน RACE START ที่ช่วยในการออกตัวได้อย่างรวดเร็วและ Drift mode ที่มอบความสนุกสนานในการควบคุมรถบนสนามแข่ง ภายใต้โหมด DYNAMIC SELECT ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งบุคลิกของรถให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และความต้องการได้อย่างอิสระ
ช่วงล่างคืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ด้วยล้ออัลลอย AMG แบบ Y-spoke ขนาด 20 นิ้ว สีดำด้าน black accents ที่ไม่เพียงเสริมความดุดัน แต่ยังผสานการทำงานกับระบบกันสะเทือน AMG RIDE CONTROL ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อมอบความปราดเปรียวในการเข้าโค้ง พร้อมทั้งยังคงความสบายในการเดินทางแม้ในระยะทางไกล
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการติดตั้ง Active engine mounts ซึ่งเป็นลูกยางล้อมแท่นเครื่องไฟฟ้า นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเพิ่มความนุ่มนวลขณะขับขี่บนพื้นถนนปกติเท่านั้น แต่ยังช่วยยึดเกาะเครื่องยนต์ได้อย่างมั่นคงเพื่อไม่ให้เกิดการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงในสนามแข่ง สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่ส่งผลต่อทั้งความสบายและสมรรถนะ
ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตาและห้องโดยสารสุดล้ำ
Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่เสริมความดึงดูดสายตาด้วย AMG Night Package ซึ่งมอบพลังความสปอร์ตและปราดเปรียวตามแบบฉบับของ AMG Exterior ที่ไม่มีใครเหมือน และเป็นครั้งแรกของรถยนต์ประกอบในประเทศที่มาพร้อมฝากระโปรงแบบ Power dome พร้อมกับ Central air outlet ที่มีช่องปล่อยอากาศที่เข้ามาจากหน้าเครื่องยนต์และระบายบนฝากระโปรง ทำให้รถดูมีมิติและบ่งบอกถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใน
ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ทำงานร่วมกับ Adaptive Highbeam Assist Plus มอบความปลอดภัยไร้กังวล ด้วยการปรับการส่องสว่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ โดยอัตโนมัติ
ระบบเบรก AMG high-performance brake system ด้านหน้าแบบ 4 พอร์ตและด้านหลัง 1 พอร์ต ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำในทุกสภาวะการขับขี่ เสริมด้วยระบบ Active rear-axle steering ที่สามารถเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 2.5 องศาเมื่อวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 100 กม./ชม. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งและจอดรถ และปรับล้อหลังได้สูงสุด 0.7 องศาเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือ AMG Real Performance Sound ซึ่งเป็นนวัตกรรมท่อไอเสียที่ดีที่สุดของ Mercedes-AMG ที่มอบเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบอันเร้าใจและแตกต่างกันตามโหมดการขับขี่ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับเสียงท่อไอเสียได้ทั้งแบบ BALANCED หรือ POWERFUL ผ่านคอนโซลกลาง เพื่อเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตได้อย่างเต็มพิกัด
ภายในห้องโดยสารคือการผสมผสานระหว่างความหรูหราและกลิ่นอายสปอร์ตในทุกองค์ประกอบ ด้วยพวงมาลัย AMG Performance steering wheel พร้อมระบบพวงมาลัย AMG Steering 3 สเตจ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและไมโครไฟเบอร์ ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย
ระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x ที่ออกแบบมาตามโปรแกรม AMG มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยหน้าจอธีมพิเศษของ AMG การวัดแทร็กในสนาม และการเรียนรู้ด้วยระบบ AI ที่จะผสานเข้ากับการทำงานของโหมด Routine ทำให้สามารถเรียนรู้ข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละบุคคลและบันทึกไว้ในระบบเพื่อความสะดวกสบายแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อม AMG Head-up Display, MBUX augmented reality for navigation และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system ลำโพง 17 ตัว กำลังขับ 710 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos ที่มอบเสียงเพลงคมชัดสมจริงรอบทิศทางราวกับอยู่ในสตูดิโอ
ความปลอดภัยที่เหนือระดับ
ด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé จัดเต็มด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย อาทิ ATTENTION ASSIST, Active Brake Assist, Active Distance Assist DISTRONIC, Blind Spot Assist, PRE-SAFE® system, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist, ABS, Tyre pressure monitoring system, ESP, Parking Package พร้อมกล้องถอยหลัง ช่วยให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจสูงสุด
CLE 53 มาพร้อมตัวเลือกสีตัวถัง 5 สี ได้แก่ Obsidian Black, Spectral Blue, MANUFAKTUR Alpine Grey Solid, MANUFAKTUR Opalite White Bright และ MANUFAKTUR Patagonia Red ให้คุณเลือกสรรสีที่สะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic: สปอร์ตคูเป้หรูที่ผสานความลงตัว
สำหรับผู้ที่มองหาสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่นำเสนอความหรูหรา ความสปอร์ต และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับปี 2025 โดยมาพร้อมราคา 3,950,000 บาท
ภายใต้ฝากระโปรงคือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่กระจายกำลังสู่ด้านหน้า 45% และด้านหลัง 55% ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ให้การขับขี่ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
CLE 300 มีมิติตัวถังที่ยาวขึ้น กว้างขึ้น และเตี้ยลงกว่า E-Class Coupé รุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาว 4,850 มม. กว้าง 1,861 มม. สูง 1,422 มม. และระยะฐานล้อ 2,865 มม. ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดแต่งรอบคัน AMG Bodystyling ที่สะท้อนความสปอร์ตในทุกมิติ
ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ความละเอียดสูงถึง 1 ล้านพิกเซลต่อ 1 โคมหลอด พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Highbeam Assist ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางยามค่ำคืน หลังคา Panoramic roof มอบความโปร่งโล่งสบาย และล้ออัลลอย AMG multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Sports suspension ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างดีเยี่ยม ถังน้ำมันขนาด 66 ลิตร ยังช่วยมอบอิสรภาพในการเดินทางที่มากยิ่งกว่าเคย
ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบ AMG Interior Package มอบความรู้สึกสปอร์ตลักชัวรี แผงคอนโซลกลาง high-gloss black สีดำ ตัดกับด้านบนของคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตกแต่งลาย Nappa เบาะนั่งหุ้มหนังทรงสปอร์ตสีแดงเสริมความดุดัน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อมหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอบริเวณคอนโซลกลางขนาด 11.9 นิ้ว ระบบล็อกอินด้วย Fingerprint scanner ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC 2 โซน ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน
ระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x รุ่นล่าสุดโดดเด่นด้วย AI-generated routines ที่เรียนรู้และบันทึกรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ พร้อมปุ่มไอคอนที่ใหญ่ขึ้น 3 เท่า และแยกสี เพื่อความง่ายในการใช้งาน รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง เพื่อความสะดวกสบายในทุกมิติ
CLE 300 มาพร้อมแพลตฟอร์มความบันเทิงที่เชื่อมต่อสตรีมมิ่งได้อย่างง่ายดาย ระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system และเทคโนโลยี Dolby Atmos มอบประสบการณ์การฟังเพลงระดับพรีเมียม รองรับอินเทอร์เน็ต 5G สำหรับโซเชียลมีเดีย, Podcast, ภาพยนตร์, เกม และการประชุมผ่าน Zoom ให้ทุกการเดินทางครบจบได้อย่างไร้รอยต่อ
ระบบความปลอดภัย Active Distance Assist DISTRONIC Plus, Parking package with 360° camera, Active Brake Assist, Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, PRE-SAFE system, ADAPTIVE BRAKE, ABS ล้วนถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน เพื่อปกป้องผู้โดยสารตลอดการเดินทาง
CLE 300 มีตัวเลือกสีตัวถัง 5 สี ได้แก่ Polar White, Obsidian Black, Graphite Grey, High-tech Silver และ MANUFAKTUR Alpine Grey Solid
ยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury จาก Mercedes-Benz: ความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด
นอกเหนือจาก CLE Coupé ทั้งสองรุ่น Mercedes-Benz ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่ม Top-End Luxury ด้วยการเปิดตัวและจัดแสดงยนตรกรรมสุดหรูกว่า 6 รุ่น ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญา “The Art of Cultivated Luxury” ของแบรนด์ในปี 2025 นี้
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: นี่คือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีที่ตอบโจทย์การใช้งานอันเหนือระดับ ด้วยราคาเริ่มต้น 12,500,000 บาท นี่คือการรวมกันของความหรูหราแบบ Maybach เข้ากับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เป็นการนำเสนอประสบการณ์การเดินทางที่เงียบสงบ โอ่อ่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
Mercedes-Maybach S 580 e Premium: รถยนต์ซีดานระดับไฮเอนด์ลักชัวรีที่สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามในแบบฉบับของ S-Class โดยกลับมาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่แบบ Local Production ด้วยราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท S 580 e Premium ผสมผสานขุมพลัง Plug-in Hybrid เข้ากับความประณีตบรรจงในทุกรายละเอียด สะท้อนถึงสถานะและรสนิยมอันเหนือกว่า
Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology: ครั้งแรกกับการสานต่อตำนาน 45 ปี ของ G-Class เจ้าของฉายา “King of Off-Road” มาพร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% และมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ทำให้สามารถทำแรงบิดได้สูงสุดถึง 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มากที่สุดของแบรนด์ Mercedes-Benz เปิดตัว 2 รุ่น ในรุ่น STANDARD ราคาเริ่มต้น 9,500,000 บาท และรุ่น EDITION ONE ราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท สำหรับรุ่น EDITION ONE จะจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 6 คันในประเทศไทย สะท้อนถึงการรวมพลังออฟโรดอันไร้เทียมทานเข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้าแห่งอนาคต
Mercedes-Benz G 450 d: ยนตรกรรม The new G-Class ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลตามคำเรียกร้องของกลุ่มลูกค้าชาวไทย ด้วยราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท G 450 d ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันทรงพลังไว้ได้อย่างครบถ้วน ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความทนทานและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: ยนตรกรรมลักชัวรีซีดานที่มอบความครบเครื่องในทุกมิติ ทั้งสุนทรียภาพด้านการขับขี่ ความสะดวกสบายของการโดยสาร ระบบความบันเทิง และความปลอดภัยขั้นสูง มาพร้อมการเพิ่มความสะดวกสบายทุกการขับขี่ที่มากขึ้น ด้วยระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ด้วยราคา 7,580,000 บาท นี่คือ S-Class ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารที่เหนือชั้นในทุกๆ ด้าน
Mercedes-Benz V 300 d Exclusive: รถแวนระดับลักชัวรี 6 ที่นั่ง รุ่นนำเข้ามาตรฐานยุโรป ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานในทางธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส พร้อมทั้งเสริมสมรรถนะที่ทรงพลังยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยราคา 5,820,000 บาท V 300 d Exclusive คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์โดยไม่ทิ้งความหรูหรา
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้กล่าวเน้นย้ำว่า การเปิดตัวยนตรกรรมทั้ง 6 รุ่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในทุกด้านของ Mercedes-Benz อย่างแท้จริง แบรนด์ Mercedes-Maybach และรถยนต์กลุ่ม S-Class ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราแบบร่วมสมัย ด้วยการตกแต่งภายในสุดประณีต เทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ในขณะที่รถยนต์กลุ่ม G-Class นั้น เป็นตัวแทนด้านขุมพลังและมรดกอันยิ่งใหญ่ พร้อมตอกย้ำถึงความสง่างามที่มาพร้อมความแข็งแกร่งและสมรรถนะขั้นสูง และสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางในการใช้งาน รถแวนอเนกประสงค์ในกลุ่ม V-Class ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานที่หลากหลายได้อย่างลงตัว
Mercedes-Benz Sprinter และ eSprinter: ไอคอนแห่งการขนส่งยุคใหม่ 2025
นอกเหนือจากยนตรกรรมส่วนบุคคลแล้ว Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถตู้เพื่อการพาณิชย์ ด้วย Sprinter ซึ่งในปี 2025 นี้ กำลังจะบรรลุหมุดหมายสำคัญ นั่นคือการจำหน่ายสะสมครบ 5 ล้านคันทั่วโลก หลังจากทำตลาดมายาวนานกว่า 30 ปี สิ่งนี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ภาคธุรกิจมีต่อ Sprinter ในฐานะพาหนะคู่ใจ
ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา Sprinter ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรม โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้:
1995: เปิดตัว Sprinter รุ่นแรก ปฏิวัติวงการรถตู้ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น
2006: รุ่นที่สองมาพร้อมตัวเลือกขนาดตัวถังที่หลากหลาย พร้อมนำเทคโนโลยี Electronic Stability Program (ESP) มาใช้เป็นมาตรฐาน
2018: Sprinter รุ่นที่สามเปิดตัว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX และฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Active Brake Assist และ DISTRONIC Adaptive Cruise Control
2019: เปิดตัว eSprinter รถตู้ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Mercedes-Benz รองรับการขนส่งที่ปลอดมลพิษในเมือง ตอบรับกระแสการลดมลภาวะ
2024: eSprinter ได้รับการอัปเกรดให้มีตัวเลือกแบตเตอรี่และระยะทางที่หลากหลาย รองรับการใช้งานที่กว้างขึ้น พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติขั้นสูง
สำหรับรุ่นพิเศษ “30 Years Sprinter” ที่เปิดตัวในปีนี้ มาพร้อมอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียม เช่น เบาะนั่งปรับระดับพร้อมที่รองรับเอว ระบบไฟหน้า LED High-Performance และแพ็กเกจช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
ในปี 2025 Mercedes-Benz ยังคงเดินหน้าพัฒนา Sprinter อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายไลน์อัพ eSprinter เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความยั่งยืน Klaus Rehkugler หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดของ Mercedes-Benz Vans ได้กล่าวย้ำว่า Sprinter เป็นพาหนะที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกมาตลอด 30 ปี ไม่ว่าจะเป็นในภาคโลจิสติกส์ ก่อสร้าง หรือบริการฉุกเฉิน และบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาให้ Sprinter เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป
บทสรุปและอนาคตที่น่าจับตา
ปี 2025 คือปีแห่งการประกาศความยิ่งใหญ่ของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่รถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู รถออฟโรดในตำนาน ไปจนถึงรถตู้เพื่อการพาณิชย์ แต่ละรุ่นล้วนเป็นผลลัพธ์ของการผสานรวมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่า Mercedes-Benz ไม่เพียงแต่มองเห็นอนาคต แต่ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ความหรูหรา ความปลอดภัย และความยั่งยืน หากคุณกำลังมองหานิยามใหม่ของการเดินทาง ที่ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับความประณีตในทุกรายละเอียด Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต! สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าและร่วมเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับพรีเมียมเหล่านี้ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ทั่วประเทศ เข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดทดลองขับ เพื่อค้นพบว่าเหตุใด Mercedes-Benz จึงยังคงเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์สำหรับปี 2025 และปีต่อๆ ไป!

