ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแบรนด์ที่ยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและวิศวกรรมชั้นเลิศอย่าง Mercedes-Benz ในปี 2025 นี้ Mercedes-Benz ไม่เพียงแต่นำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผสมผสานสมรรถนะอันเร้าใจ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความหรูหราที่เหนือระดับได้อย่างไร้ที่ติ บทความนี้จะเจาะลึกถึงไฮไลท์สำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย และเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่มองหาสุดยอดยานยนต์แห่งอนาคต
Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé: นิยามใหม่ของรถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง
เมื่อพูดถึง รถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง ที่มาพร้อมการผสานเทคโนโลยีขั้นสูงสุดจาก Affalterbach ในปี 2025 นี้ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé คือหนึ่งในดาวเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้ ในฐานะรถยนต์ประกอบในประเทศที่อัดแน่นด้วยชุดอุปกรณ์ AMG Performance อย่างเต็มพิกัด ผมกล้าพูดได้เลยว่านี่คือมาตรฐานใหม่ที่ยากจะหาใครเทียบได้ หัวใจหลักคือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบพละกำลังมหาศาล 449 แรงม้า พร้อมแรงบิด 560 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ การทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.2 วินาที สะท้อนถึงสมรรถนะที่จัดจ้าน การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G ที่ตอบสนองฉับไว ทำให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยอารมณ์เร้าใจ และด้วยแพ็กเกจ AMG Driver’s Package ที่ปลดล็อกความเร็วสูงสุดถึง 270 กม./ชม. ยิ่งย้ำถึงความตั้งใจของ AMG ที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างเต็มที่
สิ่งที่ทำให้ CLE 53 แตกต่างอย่างแท้จริงคือการยกระดับเทคโนโลยีไดนามิกการขับขี่ให้เป็นมาตรฐาน อาทิ AMG DYNAMIC PLUS Package ที่มาพร้อมฟังก์ชัน RACE START และ Drift mode ซึ่งจะเปลี่ยนรถคูเป้คันนี้ให้เป็นเครื่องจักรสำหรับการแข่งขันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ไม่ใช่แค่การกระจายแรงบิด แต่เป็นการจัดการกำลังที่ชาญฉลาด สามารถส่งกำลังได้ 100% ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อการยึดเกาะถนนสูงสุดในทุกสภาวะ และที่สำคัญคือ Active engine mounts ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้การขับขี่บนถนนปกติเป็นไปอย่างนุ่มนวล แต่เมื่อต้องการความดุดันบนสนามแข่ง ระบบจะปรับการยึดเกาะเพื่อลดการโยนตัวของเครื่องยนต์ มอบเสถียรภาพสูงสุด สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่ Mercedes-AMG มอบให้ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับทั้งความสบายและสมรรถนะอันเหนือชั้น
การออกแบบภายนอกของ CLE 53 ในปี 2025 ยังคงเอกลักษณ์ของ AMG ไว้ได้อย่างโดดเด่น ด้วยชุดตกแต่ง AMG Night Package ที่เสริมความสปอร์ตและความปราดเปรียว ฝากระโปรงหน้าแบบ Power dome พร้อมช่องระบายอากาศ Central air outlet ไม่เพียงแค่เป็นงานดีไซน์ที่สวยงาม แต่ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ผสานกับ Adaptive Highbeam assist Plus ไม่เพียงให้ความสว่างคมชัด แต่ยังเป็นระบบอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืนได้อย่างไร้กังวล ในขณะที่ระบบเบรก AMG high-performance brake system แบบ 4-pot ที่ล้อหน้าและ 1-pot ที่ล้อหลัง มอบประสิทธิภาพการหยุดรถที่แม่นยำและมั่นใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนท้องถนนหรือในสนามแข่ง
ภายในห้องโดยสาร CLE 53 สร้างบรรยากาศสปอร์ตลักชัวรีได้อย่างลงตัว พวงมาลัย AMG Performance steering wheel พร้อมระบบ AMG Steering 3 สเตจ มอบการควบคุมที่เฉียบคม เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและไมโครไฟเบอร์ ให้ความรู้สึกกระชับและสบาย รองรับการขับขี่ทั้งทางไกลและในสนามแข่งได้อย่างดีเยี่ยม ระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x ที่ออกแบบมาเพื่อ AMG โดยเฉพาะ ไม่เพียงแค่แสดงผลธีมพิเศษของ AMG แต่ยังมาพร้อมฟังก์ชันการวัด Track record และระบบ AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้งาน เพื่อปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ให้เหมาะสมที่สุด และเสริมด้วย AMG Head-up Display, MBUX augmented reality for navigation และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system พร้อมลำโพง 17 ตัว กำลังขับ 710 วัตต์ และเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่มอบประสบการณ์เสียงอันสมจริงเสมือนอยู่ในสตูดิโอ นี่คือการผสมผสานของสมรรถนะ เทคโนโลยี และความหรูหราที่สมบูรณ์แบบสำหรับปี 2025
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic: ความลงตัวของความสปอร์ตและความสง่างาม
สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์คูเป้หรู ที่เน้นความสมดุลระหว่างความสปอร์ต ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic คือคำตอบที่ลงตัวสำหรับปี 2025 รุ่นนี้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดได้อย่างชาญฉลาด ด้วยมิติที่ยาวขึ้น กว้างขึ้น และเตี้ยลงกว่า E-Class Coupé เดิมเล็กน้อย สะท้อนถึงการออกแบบที่ทันสมัยและโฉบเฉี่ยว เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบกำลังสูงสุด 258 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้ดีเยี่ยม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC กระจายกำลังที่ล้อหน้า 45% และล้อหลัง 55% เพื่อการยึดเกาะถนนและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. เป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ที่เหนือกว่า
การออกแบบภายนอกด้วยชุดแต่ง AMG Bodystyling ช่วยเสริมความสปอร์ตให้ดูโดดเด่นบนท้องถนน หลังคา Panoramic roof ขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ความละเอียดสูงถึง 1 ล้านพิกเซลต่อโคมไฟ พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Highbeam Assist มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในการขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้น ล้อแม็ก AMG multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว ที่ทำงานร่วมกับ Sports suspension ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ทำให้การเดินทางราบรื่นและสะดวกสบาย ถังน้ำมันขนาด 66 ลิตร ยังช่วยให้การเดินทางไกลเป็นไปได้อย่างไร้กังวล นี่คือ รถยนต์คูเป้พรีเมียม ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสารของ CLE 300 สะท้อนถึงความหรูหราแบบสปอร์ต ด้วยการตกแต่ง AMG Interior Package แผงคอนโซลกลาง high-gloss black ตัดกับหนัง ARTICO ตกแต่งลาย Nappa บนแผงหน้าปัดและแผงประตู เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังสีแดงภายในห้องโดยสาร มอบความรู้สึกดุดันแต่ยังคงความสบายในการขับขี่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อมหน้าจอแสดงผลใหม่ที่สามารถล็อกอินด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอคอนโซลกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ผ่าน AI และสามารถสร้าง routines mode ได้เอง ทำให้ประสบการณ์การใช้งานเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL และระบบควบคุมอุณหภูมิ THERMATIC 2 โซน ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและสบายภายในห้องโดยสารตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ เทคโนโลยีเชื่อมต่อ 5G ใน CLE 300 ยังยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงและการสื่อสารภายในรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อสตรีมมิงต่างๆ และเพลิดเพลินกับระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system พร้อม Dolby Atmos ที่มอบมิติเสียงอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะฟังเพลง พอดแคสต์ ดูภาพยนตร์ หรือแม้แต่ประชุมผ่าน Zoom ก็สามารถทำได้อย่างราบรื่นในทุกเส้นทาง นี่คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผสานเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในปี 2025
เปิดตัว Top-End Luxury: ประสบการณ์เหนือระดับในยุคแห่งอนาคต
Mercedes-Benz ยังคงย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาด รถยนต์หรูระดับ Top-End Luxury ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมกว่า 6 รุ่น ภายใต้แนวคิด “The Art of Cultivated Luxury” ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานความประณีต เทคโนโลยี และการออกแบบที่เหนือกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เริ่มจากกลุ่ม Mercedes-Maybach ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความหรูหราสูงสุด Mercedes-Maybach EQS 680 SUV คือปรากฏการณ์ใหม่ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีที่ตอบโจทย์การใช้งานอันเหนือระดับ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 12,500,000 บาท มันคือสัญลักษณ์ของการเดินทางที่ยั่งยืนแต่ยังคงไว้ซึ่งความโอ่อ่าและความสะดวกสบายอย่างไร้ขีดจำกัด การเป็น SUV ไฟฟ้าหรู คันแรกภายใต้แบรนด์ Maybach ยิ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอความหรูหราในรูปแบบใหม่ ขณะที่ Mercedes-Maybach S 580 e Premium ที่กลับมาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่ในรุ่นประกอบในประเทศ ด้วยราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท ยังคงเป็นซีดานไฮเอนด์ลักชัวรีที่สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามของ S-Class ผสานพลังปลั๊กอินไฮบริดเพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
ในส่วนของตำนาน Off-Road อย่าง G-Class ก็ถูกนำมาตีความใหม่ในยุคไฟฟ้า Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology คือครั้งแรกกับการสานต่อตำนาน 45 ปี ของ “King of Off-Road” สู่ยุคพลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่มอบแรงบิดสูงสุดถึง 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดของแบรนด์ ทำให้ G-Class ไฟฟ้า รุ่นนี้ยังคงความสามารถในการลุยที่เหนือชั้น ผสานกับความหรูหราและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย พร้อมจำหน่ายในรุ่น STANDARD ราคาเริ่มต้น 9,500,000 บาท และรุ่น EDITION ONE ราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท ซึ่งจำกัดเพียง 6 คันในประเทศไทย ยิ่งเพิ่มความพิเศษให้กับผู้ครอบครอง และสำหรับผู้ที่ยังคงหลงใหลในพละกำลังของเครื่องยนต์สันดาป Mercedes-Benz G 450 d ยนตรกรรม The new G-Class ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล ก็ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทยได้อย่างตรงจุด ด้วยราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท ทำให้ G-Class 2025 มีตัวเลือกครบครันสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
ด้าน รถยนต์ซีดานลักชัวรี ที่เป็นมาตรฐานของเซกเมนต์อย่าง Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ก็ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ที่เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการเข้าจอดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยราคา 7,580,000 บาท ทำให้ S-Class ยังคงเป็นที่สุดแห่งความสะดวกสบาย ความบันเทิง และระบบความปลอดภัยขั้นสูง
และเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย Mercedes-Benz V 300 d Exclusive รถแวนระดับลักชัวรี 6 ที่นั่ง รุ่นนำเข้ามาตรฐานยุโรป ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยราคา 5,820,000 บาท รถแวนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานในทางธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส พร้อมเสริมสมรรถนะที่ทรงพลัง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ทำให้ V-Class เป็น รถตู้ผู้บริหาร ที่ครบครันในทุกมิติ
30 ปี Sprinter: จากรถตู้เชิงพาณิชย์ สู่ผู้นำแห่งการขนส่งยุคใหม่
อีกหนึ่งเรื่องราวความสำเร็จที่สำคัญของ Mercedes-Benz คือการเดินทางครบรอบ 30 ปีของ Sprinter ซึ่งไม่เพียงแต่เป็น รถตู้เชิงพาณิชย์ ที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมและคุณภาพมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1995 ในปี 2025 นี้ Mercedes-Benz ตั้งเป้าที่จะจำหน่าย Sprinter สะสมครบ 5 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความนิยมและความไว้วางใจที่ได้รับจากภาคธุรกิจหลากหลายประเภท
Sprinter มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดสามทศวรรษ ตั้งแต่รุ่นแรกในปี 1995 ที่ปฏิวัติวงการด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังและโครงสร้างที่แข็งแกร่ง มาถึงรุ่นที่สองในปี 2006 ที่มาพร้อมตัวเลือกขนาดตัวถังที่หลากหลายและนำเทคโนโลยี Electronic Stability Program (ESP) มาใช้เป็นมาตรฐาน ก่อนที่รุ่นที่สามในปี 2018 จะสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX และฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Active Brake Assist และ DISTRONIC Adaptive Cruise Control
จุดเปลี่ยนที่สำคัญในยุคปัจจุบันคือการเปิดตัว eSprinter รถตู้ไฟฟ้า ในปี 2019 ซึ่งเป็นการปูทางสู่การขนส่งที่ปลอดมลพิษในเมือง และในปี 2024 eSprinter ก็ได้รับการอัปเกรดให้มีตัวเลือกแบตเตอรี่และระยะทางที่หลากหลาย รองรับการใช้งานที่กว้างขึ้น พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ๆ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติขั้นสูง
Mercedes-Benz ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Sprinter ให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม โดยรุ่นพิเศษ 30 Years Sprinter มาพร้อมอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียมและแพ็กเกจช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง เพื่อมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุด สำหรับตลาดประเทศไทย Sprinter มีทั้งรถตู้ทึบ รถตู้โดยสาร และหัวเก๋งแชสซี รวมถึงรุ่น Vito ที่เป็นรถตู้โดยสาร โดยทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในภาคโลจิสติกส์ ก่อสร้าง หรือบริการฉุกเฉิน และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มุ่งสู่ความยั่งยืนในปี 2025 และอนาคต
วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: Mercedes-Benz สู่ปี 2025 และเส้นทางข้างหน้า
จากภาพรวมของยนตรกรรมที่ Mercedes-Benz นำเสนอในปี 2025 เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแบรนด์นี้กำลังมุ่งหน้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนอย่างเต็มตัว ด้วยการให้ความสำคัญกับ 3 แกนหลัก: การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification), การขับขี่อัจฉริยะ (Digitalization) และความยั่งยืน (Sustainability) พร้อมๆ กับการรักษาแก่นแท้ของความหรูหราและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์
ไม่ว่าจะเป็นการขยายไลน์อัป รถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz อย่าง Mercedes-Maybach EQS 680 SUV และ G 580 with EQ Technology ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในทุกเซกเมนต์ หรือการนำระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x และ เทคโนโลยี AI ล่าสุด มาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เชื่อมโยงและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนา Sprinter และ eSprinter เพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทุกก้าวย่างของ Mercedes-Benz คือการสร้างสรรค์อนาคตที่น่าตื่นเต้นและยั่งยืน
ประสบการณ์ที่ไม่ต้องรอ: สัมผัสสุดยอดยนตรกรรมแห่งปี 2025 ด้วยตัวคุณเอง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่า Mercedes-Benz ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด และในปี 2025 นี้ ยนตรกรรมที่กล่าวมาข้างต้นได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริง ทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความหรูหรา และความยั่งยืน หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่จะไม่เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ รสนิยม และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยตัวคุณเอง
อย่าพลาดโอกาสที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการครั้งสำคัญนี้ ติดต่อผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการวันนี้ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ราคารถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ 2025 และนัดหมายทดลองขับ เพื่อค้นพบว่าเหตุใด Mercedes-Benz จึงยังคงเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมในใจผู้คนทั่วโลก และจะเป็นผู้นำเทรนด์ไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

