ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านเทคโนโลยี ความยั่งยืน และความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภค เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ยังคงยืนหยัดเป็นผู้นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมยกระดับมาตรฐานแห่งยนตรกรรมหรู สมรรถนะสูง และนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างแท้จริง การเปิดตัวยนตรกรรมซีรีส์ CLE Coupé ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé ที่สุดแห่งขุมพลังจากสนามแข่ง หรือ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความสง่างามได้อย่างลงตัว ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการส่งมอบสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้แก่ลูกค้า
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมมองว่าปี 2025 คือหมุดหมายสำคัญที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง รถยนต์หรูระดับอัลตร้าพรีเมียม ไปจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงตำนานอันยาวนานที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับอนาคตได้อย่างไร้ที่ติ
Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé: ยกระดับความเร้าใจในแบบฉบับ AMG
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความแม่นยำ และประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกลุ่มรถประกอบในประเทศรุ่นท็อป ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานและเทคโนโลยีขั้นสูงสุดจากเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่ผสานรวมสมรรถนะอันดุดันเข้ากับความหรูหราได้อย่างไม่มีที่ติ นี่คือยนตรกรรมที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อมอบความตื่นเต้นในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นบนถนนสาธารณะหรือสนามแข่ง
ขุมพลังและเทคโนโลยีขับเคลื่อน: หัวใจแห่งสมรรถนะ
หัวใจของ CLE 53 คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษจาก AMG ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพละกำลังสูงสุดถึง 449 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลที่ 560 นิวตันเมตร แต่ยังช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและไอเสียได้อย่างชาญฉลาด ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9G 9 จังหวะ มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและราบรื่น ช่วยส่งถ่ายพละกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของรถคันนี้
จุดเด่นสำคัญคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ที่สามารถกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้ 100% อย่างอิสระ ทำให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างเหนือชั้นในทุกสภาพการณ์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางโค้ง หรือแม้กระทั่งการขับขี่ในสภาพอากาศที่ท้าทาย ยิ่งไปกว่านั้น CLE 53 ยังเป็นรุ่นแรกในประเทศไทยที่ติดตั้งแพ็คเกจ AMG Driver’s Package ช่วยปลดล็อกความเร็วสูงสุดได้ถึง 270 กม./ชม. ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการขีดสุดแห่งประสบการณ์ความเร็ว
ไดนามิกการขับขี่: ความปราดเปรียวที่ปรับแต่งได้
เพื่อมอบไดนามิกการขับขี่ที่ปราดเปรียวและเร้าใจยิ่งขึ้น CLE 53 มาพร้อม AMG DYNAMIC PLUS Package เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งรวมถึงฟังก์ชัน RACE START สำหรับการออกตัวที่ดุดัน และ Drift Mode สำหรับการควบคุมรถที่ต้องการทักษะและอารมณ์สปอร์ตสุดขีดภายใต้โหมด DYNAMIC SELECT ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ มอบการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมและยังคงความสบายในการเดินทางได้อย่างน่าประหลาดใจ
สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ Active engine mounts ซึ่งเป็นระบบลูกยางยึดแท่นเครื่องไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ไม่เพียงช่วยลดการสั่นสะเทือนในขณะขับขี่บนถนนปกติ แต่ยังสามารถปรับความแข็งเพื่อยึดเกาะเครื่องยนต์ได้อย่างมั่นคงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงในสนามแข่ง ทำให้การตอบสนองของรถเป็นไปอย่างแม่นยำและไร้การรบกวน ล้อแม็กสปอร์ต AMG Y-spoke ขนาด 20 นิ้ว พ่นสีดำด้าน black accents ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ความดุดันและสมรรถนะของรถคันนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่แฝงด้วยพลัง
ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé ดึงดูดทุกสายตาด้วยการตกแต่งแบบ AMG Night Package ที่มอบพลังความสปอร์ตและความปราดเปรียวตามแบบฉบับของ AMG Exterior ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ทำงานร่วมกับ Adaptive Highbeam Assist Plus มอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัยไร้กังวลในทุกสภาพแสง สิ่งที่พิเศษและเป็นครั้งแรกของรถยนต์ประกอบในประเทศคือฝากระโปรงหน้าแบบ Power dome พร้อม Central air outlet ที่มีช่องปล่อยอากาศจากห้องเครื่องยนต์ เพื่อช่วยระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและทรงพลัง
ระบบเบรกและบังคับเลี้ยว: ความแม่นยำที่สั่งได้
ระบบเบรก AMG high-performance brake system ด้านหน้าแบบ 4 พอร์ต และด้านหลัง 1 พอร์ต มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการหยุดรถที่เฉียบคมและแม่นยำในทุกสภาวะการขับขี่ แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือระบบ Active rear-axle steering ที่สามารถเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 2.5 องศาเมื่อความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเลี้ยวและจอดรถในเมือง และจะปรับองศาการเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุด 0.7 องศาในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าเมื่อใช้ความเร็วสูง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งและเปลี่ยนเลน นี่คือเทคโนโลยีที่พลิกโฉมการควบคุมรถสปอร์ตคูเป้ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น
ประสบการณ์เสียง: อารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด
AMG Real Performance Sound นวัตกรรมท่อไอเสียที่ดีที่สุดของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี มอบเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบที่เร้าใจ และแตกต่างกันตามโหมดการขับขี่ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับเสียงท่อไอเสียได้ทั้งแบบ BALANCED หรือ POWERFUL ผ่านคอนโซลกลาง ทำให้ CLE 53 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่เร็ว แต่ยังเป็นยานยนต์ที่มอบประสบการณ์ทางอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ผ่านประสาทสัมผัส
ห้องโดยสาร: ผสมผสานความหรูหราและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารของ CLE 53 มอบรายละเอียดการตกแต่งที่โดดเด่นตามสไตล์สปอร์ต พวงมาลัย AMG Performance steering wheel พร้อมระบบ AMG Steering 3 สเตจ ให้ความรู้สึกกระชับมือและแม่นยำ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและไมโครไฟเบอร์ มอบความนุ่มสบายแต่ยังคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตได้อย่างลงตัว
หัวใจหลักของห้องโดยสารคือระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ AMG ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอธีมพิเศษของ AMG การวัดแทร็กในสนามแข่ง และระบบ AI ที่ผสานการทำงานกับโหมด routine ทำให้สามารถเรียนรู้ข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละบุคคลและบันทึกไว้ในระบบเพื่อความสะดวกสบายแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อม AMG Head-up Display, MBUX augmented reality for navigation และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system ลำโพง 17 ตัว กำลังขับ 710 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos ที่มอบประสบการณ์เสียงเพลงคมชัดสมจริงรอบทิศทางราวกับอยู่ในสตูดิโอส่วนตัว นี่คือสุดยอดของนวัตกรรมภายในห้องโดยสารสำหรับ รถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง อย่างแท้จริง
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic: ความลงตัวของสปอร์ตและหรูหรา
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ที่ผสมผสานความสปอร์ต ความหรูหรา และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ในฐานะรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มาในเซกเมนต์เดียวกับ E-Class Coupé แต่ได้รับการยกระดับทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นสำหรับปี 2025
สมรรถนะที่สมดุล: ประสิทธิภาพและกำลัง
CLE 300 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบพละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC 9 จังหวะ ทำงานได้อย่างราบรื่นและตอบสนองได้ดี อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่น่าประทับใจสำหรับ รถยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูง ที่เน้นทั้งความแรงและความประหยัด
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC กระจายกำลังที่ด้านหน้า 45% และด้านหลัง 55% ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและความมั่นคงในการขับขี่ ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัย
ดีไซน์ภายนอก: ภาพลักษณ์ที่น่าหลงใหล
เมื่อเทียบกับ E-Class Coupé รุ่นก่อนหน้า CLE 300 มีมิติตัวถังที่ยาวขึ้น กว้างขึ้น และเตี้ยลง ทำให้มีสัดส่วนที่ดูสปอร์ตและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งรอบคัน AMG Bodystyling ที่สะท้อนความสปอร์ตในทุกมิติ ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ซึ่งเป็นไฟหน้าอัจฉริยะความละเอียดสูงถึง 1 ล้านพิกเซลต่อ 1 โคมหลอดแบบ HD system พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Highbeam Assist ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ด้านบนมาพร้อมหลังคา Panoramic roof ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งสบายภายในห้องโดยสาร และล้อแม็ก AMG multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว ผสานการทำงานกับ Sports suspension ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม
ห้องโดยสาร: ความหรูหราที่ตอบสนองทุกสัมผัส
ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบ AMG Interior Package มอบความรู้สึกแบบสปอร์ตลักชัวรี แผงคอนโซลกลางแบบ high-gloss black สีดำเงางาม ตัดกับด้านบนของคอนโซลหน้าและแผงประตูที่หุ้มด้วยหนัง ARTICO ตกแต่งลายแบบ Nappa เบาะนั่งหุ้มหนังทรงสปอร์ตสีแดงภายในห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่เร้าใจและเป็นเอกลักษณ์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต ให้ความรู้สึกกระชับมือและควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
เทคโนโลยีและระบบปฏิบัติการ: ล้ำสมัยเหนือระดับ
CLE 300 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ 2 ของรถที่ทำตลาดในประเทศไทยต่อจาก The new E-Class ระบบนี้โดดเด่นด้วย AI-generated routines ที่เรียนรู้และบันทึกรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบปุ่มไอคอนให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า พร้อมแยกสี เพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้นตามมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP อีกทั้งยังรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกมิติ
หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอบริเวณคอนโซลกลางขนาด 11.9 นิ้ว มอบการแสดงผลข้อมูลที่คมชัดและปรับแต่งได้ ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC 2 โซน ก็ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่บริสุทธิ์และสะดวกสบายสูงสุดภายในห้องโดยสาร
เชื่อมต่อโลกดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด: ศูนย์กลางความบันเทิงและการทำงาน
ในยุค 2025 ที่การเชื่อมต่อเป็นสิ่งสำคัญ CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ยังมาพร้อมแพลตฟอร์มความบันเทิงที่เชื่อมต่อสตรีมมิ่งต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์การฟังเพลงระดับพรีเมียมด้วยระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system และเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่จะเพิ่มอรรถรสทางดนตรีให้เต็มอิ่มในทุกเส้นทาง พร้อมรองรับอินเทอร์เน็ต 5G ในการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย พอดแคสต์ ภาพยนตร์ เกม ไปจนถึงการประชุมผ่าน Zoom ทำให้ทุกการเดินทางครบจบได้อย่างไร้รอยต่อ เสมือนมี รถยนต์อัจฉริยะ เป็นผู้ช่วยส่วนตัว
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: มาตรฐานสูงสุดของ Mercedes-Benz
ทั้ง Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic จัดเต็มด้วย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ:
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้า และควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC / DISTRONIC Plus)
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system)
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure monitoring system)
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program)
Parking Package พร้อมกล้องถอยหลัง / กล้อง 360 องศา
ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ให้แก่ผู้ใช้งาน
ขยายขอบเขตความหรูหรา: กลุ่มผลิตภัณฑ์ Top-End Luxury ของ Mercedes-Benz ในปี 2025
งาน “The Art of Cultivated Luxury” ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอ ยนตรกรรมพรีเมียม ระดับ Top-End Luxury ที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความพิเศษและแตกต่าง
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีที่ตอบโจทย์การใช้งานอันเหนือระดับ ผสมผสานความหรูหราแบบไร้ที่ติเข้ากับความยั่งยืนของยานยนต์ไฟฟ้า 100%
Mercedes-Maybach S 580 e Premium: รถยนต์ซีดานระดับไฮเอนด์ลักชัวรี ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามในแบบฉบับของ S-Class กลับมาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่แบบ Local Production ที่สร้างสรรค์ความโดดเด่นและมีระดับ
Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology: ครั้งแรกกับการสานต่อตำนาน 45 ปี ของ G-Class ฉายา “King of Off-Road” ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% และมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว มอบแรงบิดสูงสุดถึง 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มากที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นการนำ รถหรูไฟฟ้า ไปสู่มิติใหม่แห่งขีดจำกัด
Mercedes-Benz G 450 d: ยนตรกรรม The new G-Class ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่ยังคงชื่นชอบพละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงประสิทธิภาพ
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: ยนตรกรรมลักชัวรีซีดานที่มอบความครบเครื่องในทุกมิติ ทั้งสุนทรียภาพด้านการขับขี่ ความสะดวกสบายของการโดยสาร ระบบความบันเทิง และความปลอดภัยขั้นสูง มาพร้อมระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและสะดวกสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น
Mercedes-Benz V 300 d Exclusive: รถแวนระดับลักชัวรี 6 ที่นั่ง รุ่นนำเข้ามาตรฐานยุโรป ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานในทางธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส พร้อมเสริมสมรรถนะที่ทรงพลังยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้กล่าวเน้นย้ำว่า การเปิดตัวยนตรกรรมทั้ง 6 รุ่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในทุกด้านของเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างแท้จริง ซึ่ง Maybach และ S-Class คือสัญลักษณ์แห่งความหรูหราที่ผสานความประณีต เทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบเหนือกาลเวลา ส่วน G-Class เป็นตัวแทนของขุมพลังและมรดกอันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งและสมรรถนะขั้นสูง และสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง V-Class คือรถแวนอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและธุรกิจ
Sprinter: ตำนาน 30 ปี กับอนาคตที่ยั่งยืน
นอกจากกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลระดับพรีเมียมแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Sprinter รถตู้ที่ได้เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์พาณิชย์มาตั้งแต่ปี 1995 ด้วยนวัตกรรมและคุณภาพ Sprinter ได้กลายเป็นต้นแบบของรถตู้เชิงพาณิชย์ทั่วโลก และได้รับความนิยมอย่างสูงจากภาคธุรกิจขนส่ง บริการฉุกเฉิน และอุตสาหกรรมต่างๆ
ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา Sprinter ได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำทั้งในด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญ เช่น การเปิดตัวรุ่นแรกในปี 1995 ที่ปฏิวัติวงการด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังและโครงสร้างที่แข็งแกร่ง, รุ่นที่สองในปี 2006 ที่มาพร้อม Electronic Stability Program (ESP) เป็นมาตรฐาน, รุ่นที่สามในปี 2018 พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX และฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง, และการเปิดตัว eSprinter รถตู้ไฟฟ้ารุ่นแรกในปี 2019 ที่ตอบรับกระแสการขนส่งที่ปลอดมลพิษในเมือง และได้รับการอัปเกรดในปี 2024 ให้มีตัวเลือกแบตเตอรี่และระยะทางที่หลากหลายขึ้น
เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Sprinter อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 บริษัทตั้งเป้าขายสะสมของ Sprinter ทั่วโลกให้ครบ 5 ล้านคัน พร้อมขยายไลน์อัป eSprinter เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความยั่งยืน Klaus Rehkugler หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดของ Mercedes-Benz Vans ได้กล่าวว่า Sprinter เป็นพาหนะที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกมาตลอด 30 ปี ไม่ว่าจะเป็นในภาคโลจิสติกส์ ก่อสร้าง หรือบริการฉุกเฉิน และบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาให้ Sprinter เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป
สรุปและบทเชิญชวน
จากภาพรวมทั้งหมดในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งยานยนต์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé ที่สุดแห่งสมรรถนะอันเร้าใจ หรือ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว ไปจนถึงยนตรกรรม Top-End Luxury อย่าง Mercedes-Maybach, G-Class และ S-Class รวมถึงบทบาทสำคัญของ Sprinter ในภาคธุรกิจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ ที่เหนือกว่า ความปลอดภัยที่ครบครัน และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่อาจลืมเลือน
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาสุดยอดแห่งยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความหรูหรา และความยั่งยืน ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง เยี่ยมชมโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศวันนี้ เพื่อค้นพบและเป็นเจ้าของยนตรกรรมที่จะกำหนดอนาคตการเดินทางของคุณในปี 2025 และอีกหลายปีข้างหน้า

