• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N2411002 เธอมาร บสาม กล บบ าน แต กล บถ กบ งค บให มจนเก นควบค ม part2

admin79 by admin79
November 20, 2025
in Uncategorized
0
N2411002 เธอมาร บสาม กล บบ าน แต กล บถ กบ งค บให มจนเก นควบค ม part2

ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและแอโรไดนามิกส์ขั้นสูง กลับมีกระแสหนึ่งที่สวนทางอย่างน่าทึ่ง นั่นคือเสน่ห์อันไม่เสื่อมคลายของ “รถทรงกล่อง” สไตล์ Retro-Offroad การออกแบบที่เน้นคาแรคเตอร์ ความบึกบึน และกลิ่นอายความคลาสสิกจากอดีต ได้กลับมาครองใจคนรักรถอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์ แต่ยังเป็นการประกาศถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ความเป็นอิสระ และความพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด การผสมผสานความดิบของยุคเก่าเข้ากับนวัตกรรมอันทันสมัยของยุคใหม่ ทำให้รถประเภทนี้กลายเป็นมากกว่ายานพาหนะ มันคือสัญลักษณ์แห่งไลฟ์สไตล์ที่กำลังมาแรงที่สุด สังเกตได้จากความนิยมในรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการออกทริปผจญภัยในเส้นทางธรรมชาติ ด้วยประสบการณ์กว่าทศวรรษในวงการยานยนต์ ผมพร้อมจะพาคุณเจาะลึก 9 รถทรงกล่องสุดแกร่งที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในปี 2025 นี้ ซึ่งแต่ละรุ่นต่างมีเอกลักษณ์และเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของ “สายลุย” ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

GWM TANK 300 Diesel: เมื่อความแกร่งแบบคลาสสิกมาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้

ในตลาดที่รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมาก GWM TANK 300 Diesel กลับพิสูจน์ให้เห็นถึงความต้องการรถออฟโรดแท้ๆ ที่เน้นสมรรถนะและความทนทานเป็นหลัก การกลับมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลัง 184 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 480 นิวตันเมตร ถือเป็นการปรับกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดจาก GWM ในปี 2025 ที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถออฟโรดสำหรับลุยงานหนักจริงจัง ไม่ใช่แค่การขับขี่ในเมือง การใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีชื่อเสียงด้านความประหยัดเชื้อเพลิงในระยะยาวสำหรับรถยนต์ออฟโรด และแรงบิดรอบต่ำอันเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่แบบออฟโรด ถือเป็นการตอบโจทย์ที่ตรงจุดที่สุดสำหรับสายลุยที่มองหาความคุ้มค่า

จุดแข็ง: ราคาเปิดตัวที่สามารถเข้าถึงได้เมื่อเทียบกับสมรรถนะและฟังก์ชันที่ได้รับ การรับประกันเครื่องยนต์ 1,000,000 กิโลเมตร สะท้อนความมั่นใจในคุณภาพอย่างแท้จริง โครงสร้างแบบ Body-on-Frame หรือแชสซีส์ขั้นบันไดอันแข็งแกร่ง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time ที่มีโหมด 2H, 4H, 4L ครบครัน ทำให้มันพร้อมลุยป่าฝ่าโคลนได้จริง ไม่ได้เป็นเพียง SUV หน้าตาหล่อแต่ไร้สมรรถนะ การมีแรงบิดสูงในรอบต่ำช่วยให้มีกำลังฉุดลากที่เหนือชั้น เหมาะสำหรับการปีนป่ายหรือลากจูงได้อย่างสบายใจ

ข้อควรพิจารณา: ด้วยน้ำหนักตัวกว่า 2 ตัน และพละกำลัง 184 แรงม้า อาจทำให้การเร่งแซงบนถนนหลวงไม่ปรู้ดปร๊าดเท่ารถยนต์นั่งทั่วไป อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time แม้จะเป็นดีเซล แต่ก็อาจไม่ประหยัดเท่าที่หลายคนคาดหวังเมื่อเทียบกับรุ่นไฮบริดในเงื่อนไขการทดสอบตาม ECO Sticker อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการรถออฟโรดแท้ๆ ที่หล่อเหลา ออปชั่นครบ และราคาจับต้องได้ TANK 300 Diesel คือตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธในตลาดรถยนต์ปี 2025

JAECOO 5 EV MAX: พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมความคุ้มค่าแบบไร้ขีดจำกัด

การเข้ามาของ JAECOO 5 EV MAX ในปี 2025 สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงสมรรถนะและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าในราคาที่แข่งขันได้ จากเครือ Chery แบรนด์นี้มุ่งเจาะกลุ่ม Compact SUV ไฟฟ้า 100% โดยตรง ด้วยกลยุทธ์ที่เน้น “ทุบราคา” และ “อัดสมรรถนะ” จนคู่แข่งต้องหันมอง การติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 211 แรงม้า และแรงบิด 288 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.9 kWh ที่วิ่งได้ 461 กม./ชาร์จ (NEDC) ทำให้ JAECOO 5 EV MAX เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางออกนอกเมืองบ้างในระยะกลาง

จุดแข็ง: สมรรถนะที่โดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที มอบการขับขี่ที่สนุกสนานและทันใจ ฟีเจอร์ที่ปกติจะพบได้ในรถยนต์ราคาสูงกว่า เช่น หลังคากระจก Panoramic Roof, กล้อง 540 องศา (รวมกล้อง 360 องศา และฟังก์ชันแสดงภาพใต้ท้องรถที่ช่วยได้มากในการขับขี่ในเมืองและที่แคบ) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS พื้นฐานที่ครบครัน มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายเหนือระดับ

ข้อควรพิจารณา: แม้จะโดดเด่นด้วยฟีเจอร์และสมรรถนะ การเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาดอาจทำให้ผู้บริโภคบางรายกังวลเรื่องศูนย์บริการหลังการขายและการดูแลในระยะยาว รวมถึงค่าการคายประจุของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อนของไทย แต่ด้วยการสนับสนุนจาก Chery และการขยายเครือข่ายที่รวดเร็ว JAECOO 5 EV MAX จึงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ที่เปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าใหม่ๆ และมองหาความคุ้มค่าที่เหนือกว่า

JAECOO 6 EV AWD: เมื่อตำนานออฟโรดผสานพลังงานแห่งอนาคต

หากคุณหลงใหลในเส้นสายที่บึกบึนของ Defender หรือ G-Class แต่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกของ EV 100% อย่างเต็มตัว JAECOO 6 EV AWD คือคำตอบที่น่าตื่นเต้นที่สุดในปี 2025 รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ออฟโรดสุดคลาสสิกคันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการย่อส่วนไอคอนสายลุย แต่เป็นการตีความใหม่ทั้งหมดให้เข้ากับยุคสมัยที่พลังงานไฟฟ้าคือหัวใจหลัก ด้วยคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น แข็งแกร่ง และภาพลักษณ์ที่พร้อมผจญภัย JAECOO 6 EV AWD มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังรวม 275 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ LFP ขนาด 65.7 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 501 กม./ชาร์จ (NEDC) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

จุดแข็ง: การใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Aluminium-Alloy Body ไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักแต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการบิดตัวได้ดีเยี่ยม ซึ่งจำเป็นต่อการขับขี่แบบออฟโรด ระบบขับขี่ที่มีมากถึง 10 โหมด รวมถึงโหมด Off-road เฉพาะทาง เช่น ทราย โคลน และหิมะ สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่ลุยได้จริง การเลือกใช้เทคโนโลยีชิป Snapdragon 8155 สำหรับระบบ Infotainment ช่วยให้การตอบสนองรวดเร็ว ลื่นไหล ไม่หน่วง มอบประสบการณ์การใช้งานที่พรีเมียมและทันสมัย

ข้อควรพิจารณา: ด้วยรูปทรงแบบ Boxy ที่เน้นดีไซน์และความแข็งแกร่ง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศสูงกว่า SUV ทรงลู่ลมทั่วไป ทำให้มีเสียงลมปะทะที่ดังกว่าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งอาจเป็นจุดที่ต้องทำความเข้าใจสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับรถยนต์สไตล์สปอร์ต นอกจากนี้ ช่วงล่างที่เซ็ตมาเพื่อรองรับการขับขี่แบบออฟโรด อาจให้ความรู้สึกที่กระด้างกว่า SUV ที่เน้นความนุ่มนวลในการขับขี่บนถนนในเมือง อย่างไรก็ตาม หากคุณมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสมผสานความเท่แบบคลาสสิกกับสมรรถนะออฟโรดและเทคโนโลยีล้ำสมัย JAECOO 6 EV AWD คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

Chery V23: กล่องติดล้อสายแฟชั่นที่มาพร้อมฟังก์ชันสุดล้ำ

Chery V23 คือหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุดในปี 2025 ด้วยดีไซน์ “ทรงกล่อง” ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์เทรนด์ Retro-Offroad อย่างแท้จริง แต่ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง ด้วยมิติตัวถังที่ฉลาดล้ำ ยาว 4,220 มม., กว้าง 1,915 มม. (กว้างกว่า Fortuner), สูง 1,845 มม. และระยะฐานล้อ 2,735 มม. (ยาวกว่า Corolla Cross) Chery V23 มอบความคล่องตัวในเมืองแต่ยังคงความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 81.76 kWh. ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร วิ่งได้ไกลสูงสุด 430 กิโลเมตร/ชาร์จ (NEDC) พร้อมอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และระบบ V2L (Vehicle-to-load) ที่ให้กำลังสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์

จุดแข็ง: Chery V23 คือรถแฟชั่นตัวจริง ที่ผสมผสานความดิบของ G-Class ความบึกบึนของ Defender และความน่ารักของ Jimny เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าขับไปไหนก็ดึงดูดทุกสายตา ดีไซน์เพียงอย่างเดียวก็กินขาด ทำให้คุณโดดเด่นบนท้องถนนในยุค 2025 มิติตัวถังที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ทำให้คล่องตัวในการขับขี่ในเมืองใหญ่ของไทย ถึงแม้ตัวถังจะดูสั้น แต่ระยะฐานล้อที่ยาวและความกว้างของตัวถังทำให้ภายในไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางคนเดียวหรือกับครอบครัวขนาดเล็ก ระบบ V2L ยังเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งจ่ายไฟเคลื่อนที่ได้

ข้อควรพิจารณา: ระยะขับจริงของ Chery V23 อาจอยู่ที่ประมาณ 300-400 กม. ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง แต่สำหรับรถที่หน้าตาพร้อมลุยขนาดนี้ การออกทริปผจญภัยระยะไกลโดยไม่วางแผนจุดชาร์จให้ดี อาจเป็นข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 ข้อจำกัดนี้จึงลดลงไปมาก Chery V23 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสไตล์โดดเด่น ฟังก์ชันครบครัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

KIA EV9 GT-Line AWD: ยานแม่แห่งอนาคตสำหรับครอบครัวยุคใหม่

KIA EV9 GT-Line AWD สร้างปรากฏการณ์และเสียงฮือฮาในตลาดประเทศไทยตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2025 ด้วยดีไซน์ “ทรงกล่อง” อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานความบึกบึนเข้ากับความล้ำสมัยในแบบ Digital Tiger Face ทำให้ EV9 ดูเหมือนรถต้นแบบที่หลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ ไม่ซ้ำใครบนท้องถนน มันคือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ซึ่งเข้ามาในฐานะกลุ่มพรีเมียมอย่างเต็มตัว ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้กำลังสูงสุด 384 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 99.8 kWh วิ่งไกลสูงสุด 505 กม./ชาร์จ (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที ที่บ่งบอกถึงสมรรถนะระดับสูง

จุดแข็ง: การออกแบบที่โดดเด่นและเป็นนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใครบนท้องถนน ทำให้ EV9 เป็นรถที่สะกดทุกสายตา ความอเนกประสงค์ระดับ First Class ภายในห้องโดยสารคือไฮไลท์ ด้วยเบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat ที่สามารถหมุนได้ 180 องศา สร้างพื้นที่สนทนาหรือทำงานได้อย่างสะดวกสบาย เบาะนั่งแถว 3 ยังกว้างขวางพอสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่ที่นั่งสำหรับเด็ก เทคโนโลยีการชาร์จ 800V เป็นจุดแข็งที่สำคัญ ทำให้ EV9 สามารถรับการชาร์จไฟ DC ได้เร็วมากๆ ลดเวลาการรอคอยในการเดินทางไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรพิจารณา: ราคาค่าตัวที่สูงถึง 3.9 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการนำเข้า CBU ทั้งคัน ทำให้ KIA EV9 อยู่ในระดับราคาเดียวกับรถ SUV หรูจากยุโรปอย่าง BMW iX3 หรือ Mercedes-EQE SUV ซึ่งเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในด้านภาพลักษณ์แบรนด์และประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำยุค เทคโนโลยีสุดล้ำ และความหรูหราที่เหนือกว่า KIA EV9 คือตัวเลือกที่มอบประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริงในตลาดรถยนต์ปี 2025

Suzuki Jimny: แรร์ไอเทมที่สะท้อนอารมณ์และสไตล์อย่างแท้จริง

Suzuki Jimny ยังคงเป็นปรากฏการณ์ในวงการยานยนต์ไทยในปี 2025 และกลายเป็น “แรร์ไอเทม” ที่คนตามหามากที่สุด ด้วยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่ผสานกับดีไซน์ Retro-Boxy ที่น่ารักแต่พร้อมลุยได้จริง Jimny ไม่ใช่รถที่ซื้อด้วยเหตุผลด้านราคา แต่ซื้อด้วย “อารมณ์และสไตล์” ที่เป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกทั้งแบบ 3 และ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร (ร่วมกับ Suzuki Swift และ Ertiga) ให้กำลัง 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ทำงานด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน Part-time 4WD “AllGrip Pro” ที่มีเกียร์ Low Range (4L) สำหรับการลุยหนักโดยเฉพาะ

จุดแข็ง: Suzuki Jimny คือรถยนต์ไม่กี่รุ่นที่สามารถใช้งานแบบ Off-Road ได้จริงในขนาดที่กะทัดรัดและคล่องตัวสูง โดยเฉพาะรุ่น 3 ประตูที่มีวงเลี้ยวแคบ ทำให้ Jimny เป็นรถที่มุดสนุกและจอดง่ายมากในการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่น และที่สำคัญที่สุดคือ “ราคาขายต่อ” ที่แข็งโป๊ก เนื่องจากโควต้านำเข้าที่จำกัดและความต้องการที่สูงมาก ทำให้ Jimny กลายเป็นรถสะสมไปแล้ว ราคาขายต่อมือสองบางคันแทบไม่แตกต่างจากราคามือหนึ่งเลย นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในแง่ของมูลค่าในตลาดรถยนต์มือสอง 2025

ข้อควรพิจารณา: แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของราคาที่ไม่สมเหตุสมผล ด้วยกำแพงภาษีทำให้ราคามันพุ่งไปแตะ 1.7 – 1.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่คุณสามารถซื้อ PPV 7 ที่นั่ง หรือ C-SUV ดีๆ ได้เลย ฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Bumpy Ride ด้วยโครงสร้างแบบคานแข็งและฐานล้อที่สั้น ทำให้ช่วงล่างค่อนข้างกระด้างและดีด เมื่อเจอถนนที่ไม่เรียบ อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความนุ่มนวลในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ให้คุณค่ากับสไตล์ ฟังก์ชันการลุยจริง และมูลค่าการสะสม Jimny ยังคงเป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้

Mercedes-Benz G 63 AMG: ราชาแห่ง SUV ทรงกล่องผู้ฆ่าไม่ตาย

Mercedes-Benz G-Class หรือที่รู้จักกันในชื่อ G-Wagen คือแรงบันดาลใจให้กับรถทรงกล่องหลายต่อหลายรุ่น และยังคงเป็น “ราชา” แห่ง SUV ทรงกล่องอย่างแท้จริงในปี 2025 ไอคอนแห่งวงการยานยนต์ที่ยืนหยัดมานานกว่า 40 ปี มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นรถยนต์ทางการทหาร ก่อนจะถูกพัฒนาจนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความหรูหราขั้นสุดในปัจจุบัน Mercedes-Benz G-Class ในรุ่น G 63 AMG ตัวท็อปสายโหด มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ผลิตพละกำลัง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที สมรรถนะที่ได้อยู่ในระดับซูเปอร์คาร์ พร้อมแต่งหล่อมาแล้วจากโรงงาน สะท้อนถึงการผสมผสานความแรง ความหรู และความบึกบึนที่ไร้คู่แข่ง

จุดแข็ง: G 63 AMG คือ “ตำนานที่ฆ่าไม่ตาย” ซึ่งเป็นเหตุผลข้อแรกและข้อเดียวที่หลายคนยอมจ่าย ด้วยดีไซน์และความคลาสสิกเหนือกาลเวลาที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ มาพร้อมกับสุดยอดสมรรถนะออฟโรดของจริง ด้วยโครงสร้าง Body-on-Frame และระบบล็อกเฟืองท้าย 3 ตัว ที่พร้อมจะปีนป่ายไปในทุกที่ที่รถคันอื่นไปไม่ถึง ในส่วนของภายในคือที่สุดของความหรูหรา แม้ภายนอกจะดูดิบ แต่ภายในคือ S-Class ดีๆ นี่เอง ที่สมแล้วกับราคาหลัก 10 ล้านบาท มอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษไม่เหมือนใคร

ข้อควรพิจารณา: สิ่งที่ต้องแลกมากับความพิเศษนี้คืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงมาก โดยเฉพาะในรุ่น G 63 V8 Bi-Turbo ที่ซดน้ำมันเหมือนน้ำ เพื่อแลกกับพลังและเสียงคำรามที่เร้าใจ รวมถึง G-Class เป็นรถที่มีวงเลี้ยวค่อนข้างกว้าง การขับในซอยแคบๆ หรือการหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ อาจต้องใช้ทักษะและความระมัดระวังสูงมาก แต่สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนสถานะ ความหลงใหลในสมรรถนะ และตำนานที่ยังมีลมหายใจ G 63 AMG คือที่สุดแห่งความปรารถนาในตลาดรถยนต์หรู 2025

Land Rover Defender: สุภาพบุรุษสายลุยผู้กลับมาเกิดใหม่

Land Rover Defender สุภาพบุรุษสายลุยหนึ่งในไอคอนที่กลับมาเกิดใหม่ในเจเนอเรชันล่าสุดอย่าง L663 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 2025 ได้ลบภาพจำเดิมๆ ของรถลุยสายดิบ ให้กลายเป็น SUV หรูที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไว้ได้อย่างน่าทึ่ง มีให้เลือกทั้งแบบดีเซล D300 (MHEV), เบนซิน P400 (MHEV) และปลั๊กอินไฮบริด P400e (Plug-in Hybrid) ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่

เครื่องยนต์ที่หลากหลาย:
D300 (ดีเซล MHEV): 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร Mild-Hybrid, 300 แรงม้า, แรงบิด 650 นิวตันเมตร (เน้นความประหยัดและการขับขี่ทางไกล)
P400 (เบนซิน MHEV): 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร Mild-Hybrid, 400 แรงม้า, แรงบิด 550 นิวตันเมตร (เน้นสมรรถนะและพลังขับเคลื่อน)
P400e (Plug-in Hybrid): เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ + มอเตอร์ไฟฟ้า, กำลังรวม 404 แรงม้า, แรงบิด 640 นิวตันเมตร, วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 43 กม. (WLTP) (เน้นความยืดหยุ่นในการใช้งานในเมืองและลดมลพิษ)

จุดแข็ง: Defender มาพร้อมโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม Monocoque (D7x) ที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา และช่วงล่างถุงลมแบบ Adaptive Air Suspension ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวได้อย่างอัจฉริยะ มอบความสบายบนถนนที่สวนทางกับหน้าตา แต่เมื่อลงทางออฟโรด มันคือ Land Rover ของจริง ที่สามารถลุยผ่านอุปสรรคโหดๆ ได้อย่างง่ายดาย การผสมผสานเทคโนโลยี ความหรูหรา และสมรรถนะการลุยได้อย่างลงตัว ทำให้ Defender เป็น SUV พรีเมียมที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่เหนือกว่า

ข้อควรพิจารณา: ข้อเสียเปรียบของ Land Rover Defender คือเรื่องของค่าบำรุงรักษา ทั้งค่าอะไหล่และค่าบริการหลังการขายที่แพงกว่ารถยนต์ทั่วไป รวมถึงเป็นรถที่กินน้ำมันพอสมควร แม้จะมีระบบ Mild-Hybrid มาช่วยแล้วก็ตามในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ให้คุณค่ากับแบรนด์ ประวัติศาสตร์ สมรรถนะการลุยที่แท้จริง และความหรูหราที่ผสานกับเทคโนโลยี Land Rover Defender คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในตลาดรถยนต์พรีเมียม 2025

Toyota Land Cruiser FJ: ตำนานที่กำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่

กระแสความตื่นเต้นของ Toyota Land Cruiser FJ มาแรงตั้งแต่ก่อนเข้าไทยในปี 2025 Land Cruiser FJ คือตำนานที่เราคุ้นเคยกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง ขนาดเล็กกว่า Fortuner เล็กน้อย โดยจะใช้พื้นฐานแชสซีส์แบบเดียวกับ Hilux Champ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่พิสูจน์แล้วว่าทนทานและพร้อมลุย แต่เน้นการขับขี่แบบผจญภัยและสไตล์ Retro-Offroad มากกว่า มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT ขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD นับเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดของ Toyota ที่จะนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การผจญภัยในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น

จุดแข็ง: แฟนคลับ Land Cruiser ทั่วโลกต่างรอคอยการกลับมาของ FJ ซึ่งเป็นชื่อที่มีประวัติศาสตร์และชื่อเสียงด้านความทนทานและสมรรถนะการลุยมายาวนาน การนำเสนอในขนาดที่กะทัดรัดขึ้นจะทำให้คล่องตัวมากขึ้นในการขับขี่ในเมืองและเส้นทางที่ไม่สมบุกสมบันมากนัก การใช้พื้นฐานแชสซีส์เดียวกับ Hilux Champ บ่งบอกถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของแพลตฟอร์มนี้ และคาดว่าจะมีราคาจำหน่ายที่น่าดึงดูดใจประมาณ 1.2 – 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์สำหรับการผจญภัยได้ง่ายขึ้น

ข้อควรพิจารณา: แม้จะใช้ชื่อ Land Cruiser FJ แต่ด้วยขนาดและพื้นฐานที่แตกต่างจาก Land Cruiser รุ่นใหญ่ อาจทำให้สมรรถนะการลุยหนักหรือความหรูหราไม่เท่ากับรุ่นพี่ การใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร แม้จะเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ในยุคที่เทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลหรือไฮบริดกำลังก้าวหน้า อาจทำให้ผู้บริโภคบางรายเปรียบเทียบเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่หลงใหลในตำนานของ FJ และต้องการรถยนต์ออฟโรดที่มีสไตล์โดดเด่น ในราคาที่สมเหตุสมผล Toyota Land Cruiser FJ จะเป็นตัวเลือกที่ร้อนแรงที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2025 อย่างแน่นอน

Mercedes-Benz: สานต่อตำนาน ผสานนวัตกรรมสู่ยุคใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างสรรค์รถยนต์ที่หรูหราและมีสมรรถนะสูง แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่าและชุมชนของผู้ที่หลงใหลในแบรนด์อย่างแท้จริง สะท้อนผ่านการจัดงาน Motor Show 2025 และแคมเปญต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

“Friend with Benz” และ Motor Show 2025: ชุมชนแห่งความหลงใหล

จากรถยนต์ในฝันที่ครองใจผู้คนทั่วโลก สู่แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ “เบนซ์” ให้กับลูกหลานในทุกยุคสมัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงสานต่อแรงบันดาลใจนี้ด้วยแคมเปญ “Friend with Benz” ที่จะเชิญชวนทุกคนที่ชื่นชอบในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ก็ตาม ให้มาเป็นเพื่อนกับแบรนด์ และเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ในงาน Motor Show 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 คุณจะได้ถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในแบบฉบับของตัวเอง และสัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในงานที่มอบให้เฉพาะ Friend with Benz เท่านั้น

แคมเปญนี้ยังได้นำเสนอผ่านวิดีโอ “คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)” ที่รวบรวมเรื่องราวของผู้คนที่มีความชื่นชอบรถเบนซ์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งเจ้าของรถ ผู้ใฝ่ฝันอยากครอบครอง หรือผู้ที่แสดงออกถึงความหลงใหลในรูปแบบเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันที่ถ่ายทอดจากครอบครัว การสะสมโมเดล หรือแม้แต่การแต่งเพลงที่กล่าวถึงชื่อแบรนด์ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งของแบรนด์ที่หยั่งรากลึกในใจผู้คน

นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและสมรรถนะสูงสุด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง ดังจะเห็นได้จากการนำรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ EQS 450+ AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic และ S 350 d Exclusive ร่วมการทดสอบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS (Advanced Driver Assistance System) ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Week) ที่จัดโดย UNESCAP เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นนี้ติดตั้งระบบความปลอดภัยระดับสูงอย่างครบครัน อาทิ ระบบควบคุมระยะห่างอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist), ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist), โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist) ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนในยุค 2025

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: ยนตรกรรมเรือธงแห่งสมรรถนะ

สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและสมรรถนะสูงสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ยนตรกรรมเรือธงในตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ของแบรนด์ Mercedes-AMG ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568) ด้วยรหัสตัวถัง C192 ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo พร้อมตำแหน่ง Hot Inside “V” สร้างพละกำลังสูงถึง 585 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. ในราคา 15,900,000 บาท ดีไซน์ภายนอกแบบ Wide Body กว้าง 2 เมตร กระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า DIGITAL LIGHT พร้อมระบบความปลอดภัย Driving Assistance Package และกล้อง 360 องศา ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission และระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ที่ปรับจูนมาเพื่อการเข้าโค้งที่รวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงระบบ AMG Rear-Axle Steering และ AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ที่ปรับได้ 3 ระดับ มอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งที่เหนือชั้น ระบบ AMG Real Performance Sound ยังช่วยเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตภายในห้องโดยสารที่มาพร้อมจอ MBUX7 ขนาด 11.9 นิ้ว และพวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel

บริการหลังการขายระดับพรีเมียม

“เบนซ์ไพรม์มัส” ยังคงตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขาย โดยยกระดับศูนย์ Body&Paint สู่มาตรฐานสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการลงทุนในอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุด และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่ผ่านการฝึกอบรมระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในการซ่อมสี-ตัวถังและโครงสร้างอะลูมิเนียม พร้อมรองรับงานซ่อมหนักและงานซ่อมเบาทุกรุ่นทุกซัพแบรนด์ ด้วย 27 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์ได้ 300 คันต่อเดือน และเทคโนโลยีการพ่นอบสีระบบแขนกลอินฟราเรดอัตโนมัติควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพและมาตรฐาน และพิเศษ! รับฟรี ค่า Excess เมื่อนำรถ “เคลมสีรอบคัน” หมดเขต 31 ก.ค.67 เฉพาะที่เบนซ์ไพรม์มัส เลียบด่วน เท่านั้น

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังมีแคมเปญส่งเสริมการขาย StarFest the “Last Order” รับส่วนลดสูงสุด 900,000 บาท หรือเลือกรับส่วนลด 740,000 บาท พร้อมฟรี MBSP Easy Care นาน 3 ปี และ MB Protection นาน 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 18-30 มิถุนายน ศกนี้

บทสรุปและก้าวต่อไปของคุณ

กระแส “Retro-Offroad” และรถทรงกล่องไม่ใช่เพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการกลับมาของปรัชญาการออกแบบที่เน้นความแข็งแกร่ง คาแรคเตอร์ และความสามารถในการเผชิญหน้ากับทุกเส้นทางอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานดีเซลที่ทนทาน พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย หรือตำนานที่ยังคงมีชีวิตอยู่ รถยนต์เหล่านี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมเชื่อมั่นว่าการเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบันเป็นมากกว่าการเดินทาง แต่คือการลงทุนในสไตล์ ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากมัน รถยนต์ทั้ง 9 รุ่นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด แต่มันคือตัวแทนที่โดดเด่นของเทรนด์นี้

ได้เวลาปลุกจิตวิญญาณสายลุยในตัวคุณแล้ว!

อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวคุณเอง ขอเชิญชวนคุณเยี่ยมชมบูธของผู้ผลิตในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (46th Bangkok International Motor Show 2025) จัดขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ทดลองนั่ง และทดลองขับ เพื่อค้นหา “กล่องคู่ใจสายลุย” ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแท้จริง หรือติดต่อผู้จำหน่ายโดยตรงเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ อย่าปล่อยให้โอกาสที่จะเป็นเจ้าของตำนานบทใหม่หลุดลอยไป!

Previous Post

N2411004_เร องว นวายในห องพ กลายเป นศ กแย งศ กด ศร และความร ก.(1102) Viral_part2

Next Post

N2411005 เม ยต วจร งมาเย อน แต คนท งค ายกล บค ดว าเธอแค คนเกาะผ ชาย_part2

Next Post
N2411005 เม ยต วจร งมาเย อน แต คนท งค ายกล บค ดว าเธอแค คนเกาะผ ชาย_part2

N2411005 เม ยต วจร งมาเย อน แต คนท งค ายกล บค ดว าเธอแค คนเกาะผ ชาย_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.