• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N2311007 ใส ยาป ายความผ แย งค หม แล วย งวางแผนรถเบรกข ดข องอ ก part2

admin79 by admin79
November 20, 2025
in Uncategorized
0
N2311007 ใส ยาป ายความผ แย งค หม แล วย งวางแผนรถเบรกข ดข องอ ก part2

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมสามารถยืนยันได้อย่างหนักแน่นว่าภูมิทัศน์ของรถยนต์ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการหวนคืนสู่รากเหง้าของดีไซน์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ นั่นคือ รถทรงกล่องสไตล์ Retro-Offroad ที่ผสมผสานความคลาสสิกของอดีตเข้ากับความล้ำสมัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว นี่ไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการสะท้อนรสนิยมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคที่มองหา “คาแรคเตอร์” และ “ตัวตน” ที่โดดเด่นบนท้องถนน เหนือกว่าความเรียบลื่นทางอากาศพลศาสตร์เพียงอย่างเดียว

เทรนด์นี้ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องในปี 2025 โดยเราได้เห็นหลากหลายแบรนด์ต่างนำเสนอ รถ SUV ไฟฟ้า และ รถออฟโรดพรีเมียม ที่มาพร้อมรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปสำรวจ 9 รถทรงกล่องที่โดดเด่นที่สุดในปี 2025 ที่คุณไม่ควรมองข้าม พร้อมเจาะลึกถึงนวัตกรรมและโปรโมชั่นสุดพิเศษจาก Mercedes-Benz ที่จะเติมเต็มประสบการณ์ยานยนต์เหนือระดับของคุณ

9 ยานยนต์ทรงกล่องที่มาแรงที่สุดในปี 2025: เสน่ห์ที่เหนือเวลา

GWM TANK 300 Diesel: พลังดีเซลเพื่อการลุยที่แท้จริง

GWM TANK 300 Diesel ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่หลงใหลใน รถออฟโรดดีเซล สไตล์ Retro-Boxy ที่มาพร้อมคาแรคเตอร์อันแข็งแกร่งและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่แท้จริง การตัดสินใจตัดระบบไฮบริดออกและแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นความทนทาน แรงบิดมหาศาล และที่สำคัญคือ ราคาเข้าถึงง่าย กว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

จุดแข็งสำคัญของ TANK 300 Diesel อยู่ที่โครงสร้างแบบ Body-on-Frame ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ รถออฟโรดแท้ๆ ที่พร้อมลุยได้ทุกสภาพพื้นผิว ด้วยแรงบิดรอบต่ำที่ทรงพลัง ทำให้มีกำลังฉุดลากที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะลุยป่าฝ่าโคลนก็ไร้กังวล พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ 1,000,000 กิโลเมตร ที่สร้างความมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม อย่างไรก็ตาม ด้วยน้ำหนักตัวกว่า 2 ตัน ทำให้การตอบสนองอาจไม่ปราดเปรียวเท่ารถเก๋ง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time อาจใกล้เคียงกับรุ่นไฮบริด แม้กระนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการ รถออฟโรดสมรรถนะสูง ที่หล่อเหลา ออปชันครบครันในราคาที่คุ้มค่า TANK 300 Diesel คือคำตอบที่ใช่

JAECOO 5 EV MAX: พลังไฟฟ้าในรูปแบบ Compact SUV ที่คุ้มค่า

JAECOO 5 EV MAX คือสัญญาณที่ชัดเจนของการเข้ามาของ รถยนต์ไฟฟ้า ในตลาด Compact SUV อย่างเต็มตัวจากเครือ Chery ที่มุ่งเน้นการนำเสนอคุณค่าที่เหนือกว่าในราคาที่จับต้องได้ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิด 288 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.9 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 461 กม./ชาร์จ (NEDC) และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที ทำให้ JAECOO 5 EV MAX มี สมรรถนะ EV ที่โดดเด่นเหนือคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน

จุดเด่นของรุ่นนี้คือพละกำลังที่แรงสวนทางกับราคา ทำให้การขับขี่สนุกสนานและตอบสนองได้ทันใจ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่มักจะพบในรถราคาแพงกว่า เช่น หลังคากระจก Panoramic Roof, กล้อง 540 องศา (พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS พื้นฐานที่ครบครัน ซึ่งทำให้ JAECOO 5 EV MAX เป็น รถ EV สุดคุ้ม สำหรับคนเมืองที่มองหานวัตกรรมและประสิทธิภาพ

JAECOO 6 EV AWD: กล่องลุยไฟฟ้า แรงบันดาลใจจากตำนาน

ต่อยอดความสำเร็จ JAECOO 6 EV AWD นำเสนอดีไซน์ รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ออฟโรด สุดคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานสายลุยอย่าง Defender หรือ G-Class มาตีความใหม่ในรูปแบบ EV 100% ตัวรถเน้นความโดดเด่น บึกบึน และภาพลักษณ์ที่พร้อมผจญภัย สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้พละกำลังรวม 275 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ LFP ขนาด 65.7 kWh วิ่งได้สูงสุด 501 กม./ชาร์จ (NEDC)

สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Aluminium-Alloy Body และโหมดการขับขี่มากถึง 10 โหมด รวมถึงโหมด Off-road เช่น ทราย, โคลน, หิมะ พร้อมชิป Snapdragon 8155 ที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ JAECOO 6 EV AWD เป็น รถ EV ออฟโรด ที่ไม่เพียงแต่ดูดี แต่ยังพร้อมลุยจริง อย่างไรก็ตาม รูปทรง Boxy ย่อมแลกมาด้วยเสียงลมปะทะที่ชัดเจนขึ้นเมื่อขับด้วยความเร็วสูง และช่วงล่างที่เซ็ตมาเพื่อออฟโรดอาจให้ความรู้สึกกระด้างกว่า SUV ทั่วไปเล็กน้อย

Chery V23: รถแฟชั่นทรงกล่องที่ลงตัวสำหรับเมืองไทย

Chery V23 คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรถแฟชั่นกับความดิบของรถออฟโรด รถทรงกล่องไฟฟ้า คันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับเทรนด์โลกและขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองไทยอย่างแท้จริง ด้วยขนาด B-SUV ที่มีมิติยาว 4,220 มม. กว้าง 1,915 มม. สูง 1,845 มม. และฐานล้อ 2,735 มม. ทำให้ภายในไม่รู้สึกอึดอัด รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ 81.76 kWh ให้กำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร วิ่งได้สูงสุด 430 กม./ชาร์จ (NEDC) และมีระบบ V2L (Vehicle-to-load) 3.3 กิโลวัตต์

Chery V23 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่รวมความแข็งแกร่งของ G-Class ความบึกบึนของ Defender และความน่ารักของ Jimny เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เป็น รถ EV ดีไซน์โดดเด่น ที่ขับไปไหนก็มีแต่คนมอง ความคล่องตัวในเมืองและความกว้างขวางภายในคือจุดแข็ง แม้ระยะขับจริงอาจอยู่ที่ 300-400 กม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง แต่หากจะขับลุยป่าทางไกล อาจต้องวางแผนการชาร์จให้ดี

KIA EV9 GT-Line AWD: ยานแม่แห่งอนาคตสำหรับครอบครัวยุคใหม่

KIA EV9 GT-Line AWD สร้างความฮือฮาตั้งแต่ก่อนเปิดตัวในไทย ด้วยดีไซน์ Digital Tiger Face ที่เป็นเอกลักษณ์ รูปทรงกล่องที่บึกบึนแต่ล้ำสมัย ทำให้ EV9 ดูเหมือนรถต้นแบบที่หลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ เป็น รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่มพรีเมียมอย่างเต็มตัว มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 99.8 kWh วิ่งไกล 505 กม./ชาร์จ (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที

EV9 คือที่สุดของความโดดเด่นด้านดีไซน์และความอเนกประสงค์ระดับ First Class ด้วยเบาะนั่งแถว 2 แบบ Captain Seat ที่หมุนได้ 180 องศา และเบาะนั่งแถว 3 ที่กว้างขวางสำหรับผู้ใหญ่ จุดเด่นอีกอย่างคือเทคโนโลยีชาร์จ 800V ที่ทำให้ การชาร์จ EV ทำได้รวดเร็วมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาค่าตัวที่สูงถึง 3.9 ล้านบาทจากการนำเข้า ทำให้ EV9 ต้องแข่งขันกับ รถ SUV หรู จากยุโรปอย่าง BMW iX3 หรือ Mercedes-EQE SUV ซึ่งเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์แบรนด์

Suzuki Jimny: แรร์ไอเทมสายลุยขวัญใจแฟชั่นนิสต้า

Suzuki Jimny ยังคงเป็นปรากฏการณ์ในวงการยานยนต์ไทยในปี 2025 และกลายเป็น รถสะสม ที่คนตามหามากที่สุด ด้วยสถานะแรร์ไอเทมที่ผสมผสานความเป็น รถ Off-Road ขนาดเล็ก ที่ลุยได้จริงเข้ากับสไตล์แฟชั่นที่โดดเด่น มีให้เลือกทั้งแบบ 3 และ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลัง 102 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และระบบขับเคลื่อน Part-time 4WD “AllGrip Pro” ที่มีเกียร์ Low Range (4L) สำหรับการลุยหนัก

Jimny ไม่เพียงแต่ลุยออฟโรดได้จริง แต่ยังคล่องตัวในเมืองด้วยวงเลี้ยวที่แคบ ทำให้ขับสนุกและจอดง่ายในสภาพการจราจรหนาแน่น และที่สำคัญที่สุดคือ ราคาขายต่อที่แข็งแกร่ง เนื่องจากโควตานำเข้าน้อยและความต้องการสูง ทำให้ Jimny กลายเป็นเหมือนการลงทุน ที่ราคาขายต่อมือสองแทบไม่ต่างจากมือหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายที่ 1.7 – 1.8 ล้านบาท (จากกำแพงภาษี) อาจดูไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับ PPV 7 ที่นั่ง หรือ C-SUV ทั่วไป และฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Bumpy Ride จากโครงสร้างคานแข็งและฐานล้อสั้น ทำให้ช่วงล่างค่อนข้างกระด้างเมื่อเจอถนนขรุขระ

Mercedes-Benz G 63 AMG: ราชาแห่ง SUV ทรงกล่องผู้ไม่เคยตาย

Mercedes-Benz G-Class หรือที่รู้จักกันในชื่อ G-Wagen คือแรงบันดาลใจให้กับรถทรงกล่องมากมาย และยังคงยืนหยัดในฐานะไอคอนแห่งวงการยานยนต์มานานกว่า 40 ปี จากจุดเริ่มต้นในฐานะ รถทหาร สู่สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความหรูหราขั้นสุดในปัจจุบัน G 63 AMG ตัวท็อปยังคงเป็นที่ปรารถนา มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ให้พละกำลัง 585 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที สมรรถนะในระดับซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมความหล่อเหลาจากโรงงาน

G-Class คือตำนานที่ฆ่าไม่ตาย ด้วยดีไซน์คลาสสิกที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ผสานกับ สมรรถนะออฟโรดเหนือชั้น ด้วยโครงสร้าง Body-on-Frame และระบบล็อกเฟืองท้าย 3 ตัว ที่พร้อมจะปีนป่ายไปในทุกที่ที่รถคันอื่นไปไม่ถึง ภายในคือที่สุดของความหรูหราเทียบเท่า S-Class สมแล้วกับ ราคาหลัก 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะในรุ่น G 63 V8 Bi-Turbo และวงเลี้ยวที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้การขับในเมืองที่การจราจรหนาแน่นต้องใช้ทักษะและความระมัดระวังสูง

Land Rover Defender: สุภาพบุรุษสายลุยยุคใหม่

Land Rover Defender สุภาพบุรุษสายลุยที่กลับมาเกิดใหม่ในเจเนอเรชัน L663 ลบภาพจำเดิมของ รถลุยสายดิบ ให้กลายเป็น SUV หรูหรา ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไว้ได้อย่างน่าทึ่ง มีให้เลือกทั้งดีเซล D300 (300 แรงม้า, 650 นิวตันเมตร), เบนซิน P400 (400 แรงม้า, 550 นิวตันเมตร) และปลั๊กอินไฮบริด P400e (404 แรงม้า, 640 นิวตันเมตร, วิ่งไฟฟ้าล้วน 43 กม. WLTP)

Defender โดดเด่นด้วยโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม Monocoque (D7x) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา และช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension ที่ปรับโหมดการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวได้อย่างอัจฉริยะ ทำให้มอบความสบายบนถนนที่สวนทางกับหน้าตา แต่เมื่อลงทางออฟโรด มันคือ Land Rover ของจริงที่สามารถลุยผ่านอุปสรรคโหดๆ ได้อย่างง่ายดาย เป็น รถออฟโรดที่ขับสบาย ในเมือง แต่ทรงพลังบนเส้นทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือค่าบำรุงรักษา อะไหล่ และบริการหลังการขายที่สูงกว่ารถทั่วไป รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยังคงมีอยู่บ้างแม้จะมี Mild-Hybrid เข้ามาช่วย

Toyota Land Cruiser FJ: ตำนานที่กำลังจะกลับมาในไทย

กระแสของ Toyota Land Cruiser FJ มาแรงตั้งแต่ก่อนเข้าไทย โดยคาดการณ์ว่าตำนานที่เราคุ้นเคยกำลังจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง ขนาดเล็กกว่า Fortuner เล็กน้อย โดยใช้พื้นฐานแชสซีส์เดียวกับ Hilux Champ แต่เน้นการลุยมากกว่า มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 246 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD

แฟนคลับเตรียมเฮได้เลย เพราะคาดว่า Toyota Land Cruiser FJ จะเข้าไทยช่วงเดือนมีนาคม 2026 ด้วยราคาจำหน่ายที่น่าจะอยู่ในช่วง 1.2 – 1.3 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เป็น รถออฟโรดที่เข้าถึงง่าย จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายในชีวิตประจำวันและพร้อมสำหรับการผจญภัยในวันหยุด

Mercedes-Benz ในปี 2025: นวัตกรรม ความหรูหรา และประสบการณ์เหนือระดับ

ในขณะที่ตลาดรถทรงกล่องกำลังเติบโตอย่างคึกคัก แบรนด์รถยนต์หรูระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz ก็ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำทั้งในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และบริการเหนือระดับ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหา รถยนต์พรีเมียม ที่มากกว่าแค่พาหนะ

Friend with Benz: ชุมชนแห่งแพสชันที่ Motor Show 2025

Mercedes-Benz เข้าใจถึงความผูกพันอันลึกซึ้งที่ผู้คนมีต่อแบรนด์ และได้สานต่อแรงบันดาลใจนี้ด้วยแคมเปญ “Friend with Benz” ที่ไม่ใช่แค่การเชิญชวน แต่เป็นการสร้างสรรค์คอมมูนิตี้สำหรับทุกคนที่มีความหลงใหลในรถยนต์ Mercedes-Benz ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถอยู่แล้ว หรือผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ในครอบครอง การสร้างแพลตฟอร์มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเชื่อมโยงกับผู้คนในระดับอารมณ์ความรู้สึก ที่ งาน Motor Show 2025 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ FWB สัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมรุ่นต่างๆ และรับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ Friend with Benz เท่านั้น

แคมเปญ “คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)” ผ่านวิดีโอที่ถ่ายทอดเรื่องราวความหลงใหลในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งความผูกพันที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น การสะสมโมเดล หรือแม้แต่การแต่งเพลง ล้วนแสดงให้เห็นถึงพลังของแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง มาร่วมค้นหายนตรกรรมที่ตรงกับ Passion ของคุณ และเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับคอมมูนิตี้ FWB พร้อมพบกับเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG G 63 (เพื่อนสายลุย), Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ (เพื่อนสายสปอร์ต) และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ (เพื่อนสายเรียบหรูสมรรถนะพลัง)

นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย: ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS)

ในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกมิติ การพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน และ Mercedes-Benz ก็เป็นหนึ่งในผู้นำด้านนี้อย่างแท้จริง การที่ Mercedes-Benz ประเทศไทยนำรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ EQS 450+ AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic และ S 350 d Exclusive เข้าร่วมการทดสอบการใช้งานระบบ ADAS ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Week) โดย UNESCAP เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งเสริมและยกระดับ ความปลอดภัยยานยนต์ ให้กับประเทศไทยและภูมิภาค

รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นนี้มาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงจาก Mercedes-Benz อย่างครบครัน อาทิ Driving Assistance Package, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Brake Assist, Active Blind Spot Assist, ESP® และ Active Emergency Stop Assist ซึ่งทั้งหมดนี้คือเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจและปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ใช้ และเป็นมาตรฐานใหม่ของ รถยนต์แห่งอนาคต ในปี 2025

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: เรือธงแห่งสมรรถนะที่เร้าใจ

การกลับมาเปิดตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ (รหัสตัวถัง C192) ในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ ยานยนต์สมรรถนะสูง แห่งปี 2025 โดยพร้อมให้สัมผัสคันจริงที่ Motor Show ครั้งที่ 46 (26 มีนาคม-6 เมษายน 2568) รถยนต์เรือธงในตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ของ Mercedes-AMG นี้ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ซึ่งสะท้อนถึงงานฝีมือและความใส่ใจในทุกรายละเอียด

ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ในตำแหน่ง Hot Inside “V” ที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างพละกำลังมหาศาลถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. ด้วย ราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 15,900,000 บาท ทำให้ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ เป็นหนึ่งใน รถซูเปอร์คาร์ ที่น่าจับตามอง

ดีไซน์ภายนอกแบบ Wide Body ที่กว้างถึง 2 เมตร สะท้อน DNA ของมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง พร้อมกระจังหน้า AMG-specific radiator grille และไฟหน้า DIGITAL LIGHT ภายในมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้วที่ปรับระดับได้ และหน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้วแบบ AMG-specific indicators นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัย Driving Assistance Package กล้อง 360 องศา ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission, ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+, ระบบเบรกสมรรถนะสูง, ระบบเลี้ยวล้อหลัง AMG Rear-Axle Steering, ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension และระบบ AMG Real Performance Sound ที่ถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์ได้อย่างเร้าใจ ทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อมอบ ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง

เบนซ์ไพรม์มัส: ยกระดับบริการหลังการขายสู่ความเป็นเลิศ

การเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ไม่ใช่แค่การครอบครองยนตรกรรมหรู แต่เป็นการลงทุนในประสบการณ์และความมั่นใจในระยะยาว ซึ่งต้องมาพร้อม บริการหลังการขายเบนซ์ ที่ได้มาตรฐานสูงสุด “เบนซ์ไพรม์มัส” เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการยกระดับศูนย์บริการซ่อมสี-ตัวถัง (Body & Paint Center) สู่มาตรฐานสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการลงทุนในอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุด และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการฝึกอบรมทักษะงานซ่อมสี-ตัวถังระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของแบรนด์ บุคลากรเหล่านี้มีความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยียานยนต์ และระบบการทำงานของรถยนต์ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ ทำให้มั่นใจได้ว่างานซ่อมสี-ตัวถังทุกชิ้นจะมีคุณภาพสูงสุด

ศูนย์ซ่อมสี-ตัวถังของเบนซ์ไพรม์มัส มีช่องซ่อม 27 ช่อง รองรับรถยนต์ได้ 300 คันต่อเดือน พร้อมบริการครบวงจร ทั้งงานซ่อมหนักและเบา ด้วยเทคโนโลยีการพ่นอบสีระบบแขนกลอินฟราเรดอัตโนมัติควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์สีน้ำมาตรฐานสากลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมประสานงานเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และมีการติดตามสถานะงานซ่อมทุกขั้นตอน สำหรับลูกค้าที่ต้องการดูแล ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง Mercedes ระดับมืออาชีพ เบนซ์ไพรม์มัสคือคำตอบที่ไว้วางใจได้ และพิเศษสุด! ลูกค้าสามารถรับฟรีค่า Excess เมื่อนำรถยนต์ Mercedes-Benz เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถังรอบคัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 ที่เบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เท่านั้น นี่คือการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการมอบ ความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

สัมผัสอนาคตยานยนต์ได้แล้ววันนี้!

ปี 2025 คือยุคที่วงการยานยนต์เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของรถทรงกล่อง Retro-Offroad ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาเอกลักษณ์และความทนทาน ไปจนถึงการก้าวล้ำของ รถ EV สุดหรู และ รถยนต์สมรรถนะสูง จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz ที่ยังคงมอบนวัตกรรม ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสอนาคตยานยนต์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการมองหารถทรงกล่องคันใหม่ที่สะท้อนตัวตนของคุณ หรือการแสวงหาความหรูหราและประสิทธิภาพจาก Mercedes-Benz เชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” และพบกับข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย พร้อมสัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่บูธ Mercedes-Benz หมายเลข A17 ใน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 นี้! พบกับ โปรโมชั่น Mercedes-Benz และข้อเสนอ StarFest the “Last Order” ที่ให้ส่วนลดสูงสุด 900,000 บาท หรือเลือกรับส่วนลด 740,000 บาท พร้อมฟรี MBSP Easy Care นาน 3 ปี และ MB Protection นาน 1 ปี ระหว่างวันที่ 18-30 มิถุนายนนี้ รีบจับจองโอกาสดีๆ เช่นนี้ก่อนใคร เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความหมายและความภาคภูมิใจ!

Previous Post

N2311003 อแท กล บมาในว นท สายไป พร อมคำขอโทษท ไม ใครรอ) Viral_part2

Next Post

N2311001_เม อแม เล ยงวางแผนฮ บมรดก เด กสาวต องส เพ อความย ธรรม.(1271) Viral_part2

Next Post
N2311001_เม อแม เล ยงวางแผนฮ บมรดก เด กสาวต องส เพ อความย ธรรม.(1271) Viral_part2

N2311001_เม อแม เล ยงวางแผนฮ บมรดก เด กสาวต องส เพ อความย ธรรม.(1271) Viral_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.