• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N2311002 เจ บเพราะร กผ ดคน เธอเล อกปล อยเพ อร กษาห วใจต วเอง) Viral_part2

admin79 by admin79
November 20, 2025
in Uncategorized
0
N2311002 เจ บเพราะร กผ ดคน เธอเล อกปล อยเพ อร กษาห วใจต วเอง) Viral_part2

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมสังเกตเห็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่กำลังขับเคลื่อนตลาดอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025 นั่นคือ การกลับมาผงาดของรถยนต์ดีไซน์ “ทรงกล่อง” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “เรโทร-ออฟโรด” นี่ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์แฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการแสดงออกถึงจิตวิญญาณของผู้ขับขี่ที่โหยหาความดิบ ความแกร่ง และคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน ผสมผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันได้อย่างไร้ที่ติ ยุคที่รูปลักษณ์อันโดดเด่น สามารถเอาชนะหลักอากาศพลศาสตร์ที่เน้นความลู่ลมเพียงอย่างเดียวได้ เทรนด์นี้สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสมดุลระหว่างสุนทรียภาพแบบคลาสสิกกับนวัตกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สุดไฮเทค หรือรถเครื่องยนต์สันดาปที่ยังคงมอบสมรรถนะอันทรงพลัง

ตลาดในปี 2025 กำลังเต็มไปด้วยทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในรถทรงกล่องเหล่านี้ ตั้งแต่รถออฟโรดสายลุยตัวจริงไปจนถึง SUV ไฟฟ้าดีไซน์เก๋ที่พร้อมสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึก 9 ยานยนต์ทรงกล่องที่โดดเด่นและมาแรงที่สุดในปี 2025 ซึ่งแต่ละคันต่างมีเอกลักษณ์ จุดแข็ง และวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันไป สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเทรนด์ยานยนต์แห่งปี

9 ยานยนต์ทรงกล่องที่มาแรงที่สุดในปี 2025

GWM TANK 300 Diesel: นิยามใหม่ของออฟโรดดีเซลสายลุย

GWM TANK 300 Diesel ได้สร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ออฟโรดไทย ด้วยการนำเสนอดีไซน์ Retro-Boxy ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมขุมพลังดีเซลที่ตอบโจทย์นักลุยตัวจริงอย่างตรงจุด ในปี 2025 นี้ รุ่นดีเซลยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่ง ด้วยการเน้นความทนทาน แรงบิดสูง และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นไฮบริดที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ TANK 300 Diesel มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time ที่มีโหมดการขับขี่ 2H, 4H, และ 4L ครบครัน

จุดแข็ง: หัวใจสำคัญของ TANK 300 Diesel คือการเป็นรถออฟโรดแท้ๆ (รถยนต์ออฟโรดแท้) ที่พร้อมลุยได้จริง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ SUV ที่ดูสวยงามในเมือง ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งและแรงบิดมหาศาลในรอบต่ำ ทำให้มีกำลังฉุดลากที่ทรงพลังเหมาะสำหรับการผจญภัยในเส้นทางที่ท้าทาย นอกจากนี้ ราคาเปิดตัวที่จับต้องได้และการรับประกันเครื่องยนต์ยาวนานถึง 1,000,000 กิโลเมตร ยังเป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธในตลาดรถ 4×4 แห่งปี 2025

ข้อด้อย: ด้วยพละกำลัง 184 แรงม้า กับน้ำหนักตัวรถกว่า 2 ตัน อาจทำให้สมรรถนะการเร่งแซงบนถนนหลวงไม่จัดจ้านเท่าที่ควร นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time แม้จะให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม แต่ก็มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจไม่แตกต่างจากรุ่นไฮบริดมากนักเมื่อพิจารณาจาก ECO Sticker

JAECOO 5 EV MAX: SUV ไฟฟ้าคอมแพค แรงจัด ฟีเจอร์ล้น

JAECOO 5 EV MAX จากเครือ Chery คือตัวเต็งในตลาด Compact SUV ไฟฟ้า (Compact SUV ไฟฟ้า) แห่งปี 2025 ที่มาพร้อมกลยุทธ์ “ทุบราคา” และ “อัดสมรรถนะ” เหนือกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.9 kWh มอบระยะทางวิ่ง 461 กม./ชาร์จ (NEDC) พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที

จุดแข็ง: สิ่งที่ทำให้ JAECOO 5 EV MAX โดดเด่นคือสมรรถนะที่แรงเกินราคา ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่สนุกสนานและอัตราเร่งที่ทันใจ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่มักพบในรถราคาสูงกว่า เช่น หลังคากระจก Panoramic Roof, กล้อง 540 องศา (รวมกล้อง 360 องศา และฟังก์ชันแสดงภาพใต้ท้องรถ) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS พื้นฐานที่ครบครัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับ รถ EV เพื่อการใช้งานในเมือง (รถ EV ใช้ในเมือง)

JAECOO 6 EV AWD: เมื่อตำนานออฟโรดถูกตีความใหม่ในโลก EV

สำหรับผู้ที่หลงใหลในความบึกบึนของ Defender หรือ G-Class แต่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้า 100% JAECOO 6 EV AWD คือคำตอบที่น่าสนใจที่สุดในปี 2025 รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ออฟโรดสุดคลาสสิกคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นใหญ่สายลุย แต่ถูกย่อส่วนและตีความใหม่ในแบบฉบับของ EV ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ให้กำลังรวม 275 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ LFP ขนาด 65.7 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 501 กม./ชาร์จ (NEDC)

จุดแข็ง: JAECOO 6 EV โดดเด่นด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Aluminium-Alloy Body (โครงสร้างอลูมิเนียม-อัลลอยด์) ที่แข็งแกร่ง พร้อมโหมดการขับขี่มากถึง 10 โหมด รวมถึงโหมดออฟโรดสำหรับทราย, โคลน และหิมะ นอกจากนี้ยังใช้ชิป Snapdragon 8155 ที่มอบการประมวลผลที่รวดเร็วและไม่หน่วง ทำให้การใช้งานระบบอินโฟเทนเมนต์ลื่นไหล สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่พร้อมลุย

ข้อด้อย: รูปทรงสไตล์ Boxy ส่งผลให้มีความต้านลมสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดเสียงลมปะทะที่ดังกว่า SUV ทรงลู่ลมทั่วไปเมื่อขับด้วยความเร็วสูง รวมถึงช่วงล่างที่เซ็ตมาเพื่อรองรับการขับขี่แบบออฟโรด อาจให้ความรู้สึกกระด้างกว่า SUV ทั่วไปในเมืองเล็กน้อย

Chery V23: กล่องติดล้อแห่งยุคแฟชั่น EV ที่ทุกคนรอคอย

Chery V23 คือหนึ่งในรถทรงกล่อง (รถทรงกล่องไฟฟ้า) ที่สร้างกระแสความสนใจอย่างล้นหลามในปี 2025 นี่คือการผสมผสานความดิบของ G-Class, ความบึกบึนของ Defender และความน่ารักของ Jimny เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าขนาด B-SUV ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองไทยอย่างยิ่ง ด้วยมิติตัวถังที่กว้างขวาง (กว้างกว่า Fortuner และมีฐานล้อยาวกว่า Corolla Cross) มาพร้อมแบตเตอรี่ 81.76 kWh ให้กำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร วิ่งได้ไกลสูงสุด 430 กม./ชาร์จ (NEDC) พร้อมระบบ V2L 3.3 กิโลวัตต์

จุดแข็ง: Chery V23 คือรถยนต์แฟชั่น (รถยนต์แฟชั่น) ที่แค่ดีไซน์ก็กินขาด ขับไปไหนก็มีแต่คนมอง ด้วยขนาดที่คล่องตัวสำหรับการจราจรในเมือง แต่ภายในกลับกว้างขวางไม่รู้สึกอึดอัด ทำให้เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการ รถ EV ที่มีสไตล์โดดเด่นและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ข้อด้อย: ระยะทางขับจริงที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 300-400 กม. อาจเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง แต่สำหรับรถที่หน้าตาพร้อมลุยขนาดนี้ การเดินทางระยะไกลแบบออฟโรดจริงจังอาจต้องวางแผนการชาร์จที่ดี

KIA EV9 GT-Line AWD: ยานแม่ SUV ไฟฟ้า 3 แถวสุดล้ำ

KIA EV9 GT-Line AWD คือยานแม่ที่สร้างเสียงฮือฮาในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่) ด้วยดีไซน์ Digital Tiger Face รูปทรงกล่องที่บึกบึนแต่ล้ำสมัย ทำให้ EV9 ดูเหมือนรถต้นแบบที่หลุดออกมาจากหนังไซไฟ ไม่ซ้ำใครบนท้องถนนแน่นอน ในปี 2025 EV9 เข้ามาในฐานะพรีเมียม SUV ไฟฟ้า (SUV ไฟฟ้าพรีเมียม) 3 แถว 6 ที่นั่ง ด้วยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ AWD ให้กำลัง 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 99.8 kWh วิ่งไกล 505 กม./ชาร์จ (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที

จุดแข็ง: KIA EV9 คือที่สุดแห่งความโดดเด่นและอเนกประสงค์ระดับ First Class ไฮไลท์คือเบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat ที่หมุนได้ 180 องศา และเบาะแถว 3 ที่กว้างขวางพอสำหรับผู้ใหญ่ ทำให้เป็น รถครอบครัวไฟฟ้า ที่แท้จริง นอกจากนี้ เทคโนโลยีการชาร์จ 800V ยังช่วยให้สามารถรับการชาร์จไฟ DC ได้รวดเร็วเป็นพิเศษ

ข้อด้อย: ราคาค่าตัวที่สูงถึง 3.9 ล้านบาท เนื่องจากการนำเข้า CBU ทำให้ EV9 ต้องเผชิญกับการแข่งขันจาก SUV หรูจากยุโรปอย่าง BMW iX3 หรือ Mercedes-EQE SUV ซึ่งเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในด้านภาพลักษณ์แบรนด์

Suzuki Jimny: แรร์ไอเทมสายแฟชั่นที่ลุยได้จริง

Suzuki Jimny ยังคงเป็นปรากฏการณ์และแรร์ไอเทมในวงการยานยนต์ไทยอย่างแท้จริงในปี 2025 เป็นขวัญใจสายแฟชั่น (รถยนต์แฟชั่น) ที่สามารถลุยได้จริง การตัดสินใจซื้อ Jimny มักมาจาก “อารมณ์และสไตล์” เหนือเหตุผลด้านราคา มีให้เลือกทั้งแบบ 3 และ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 102 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และระบบขับเคลื่อน Part-time 4WD “AllGrip Pro” ที่มีเกียร์ Low Range (4L) สำหรับการลุยหนักโดยเฉพาะ

จุดแข็ง: Jimny คือรถออฟโรดขนาดเล็ก (รถออฟโรดขนาดเล็ก) ที่ลุยได้จริง แถมยังคล่องตัวในเมือง โดยเฉพาะรุ่น 3 ประตูที่มีวงเลี้ยวแคบ ทำให้มุดสนุกและจอดง่ายมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ราคาขายต่อที่แข็งโป๊ก เนื่องจากโควต้านำเข้าน้อยและความต้องการที่สูงมาก ทำให้ Jimny กลายเป็นรถสะสมไปแล้ว ราคาขายต่อมือสองบางคันแทบไม่ต่างจากราคามือหนึ่งเลย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้หลงใหลใน รถคลาสสิก ที่มีสมรรถนะ

ข้อด้อย: ราคาที่พุ่งไปแตะ 1.7 – 1.8 ล้านบาท ด้วยกำแพงภาษี ทำให้สามารถเลือกซื้อ PPV 7 ที่นั่ง หรือ C-SUV ที่ดีกว่าได้ นอกจากนี้ ฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Bumpy Ride ที่มีโครงสร้างแบบคานแข็งและฐานล้อที่สั้น ทำให้ช่วงล่างค่อนข้างกระด้างและดีด เมื่อเจอถนนที่ไม่เรียบ

Mercedes-Benz G 63 AMG: ราชาแห่ง SUV ทรงกล่องผู้เป็นตำนาน

Mercedes-Benz G-Class หรือ G-Wagen ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายค่ายและยืนหยัดในฐานะราชาแห่ง SUV ทรงกล่อง (SUV หรู) กว่า 4 ทศวรรษ ในปี 2025 G 63 AMG ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความหรูหราขั้นสุด รุ่นท็อปสายโหดนี้มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ผลิตพละกำลัง 585 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ พร้อมความหล่อที่มาพร้อมจากโรงงาน

จุดแข็ง: G-Class คือตำนานที่ฆ่าไม่ตาย ด้วยดีไซน์คลาสสิกที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ผสานกับสมรรถนะออฟโรดของจริง ด้วยโครงสร้าง Body-on-Frame และระบบล็อกเฟืองท้าย 3 ตัว ที่พร้อมจะปีนป่ายไปในทุกที่ที่รถคันอื่นไปไม่ถึง ภายในห้องโดยสารคือที่สุดของความหรูหราดุจ S-Class ที่สมแล้วกับราคาหลัก 10 ล้านบาท เป็น รถสมรรถนะสูง ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ

ข้อด้อย: อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่จัดอยู่ในขั้นสูง โดยเฉพาะรุ่น G 63 V8 Bi-Turbo ที่ซดน้ำมันราวกับน้ำเพื่อแลกกับพลังและเสียงคำรามที่เร้าใจ นอกจากนี้ G-Class ยังมีวงเลี้ยวที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้การขับในซอยแคบๆ หรือหาที่จอดรถในเมืองหลวงอาจต้องใช้ทักษะและความระมัดระวังสูงมาก

Land Rover Defender: สุภาพบุรุษสายลุยแห่งยุคใหม่

Land Rover Defender เจเนอเรชันล่าสุด L663 ยังคงรักษาตำแหน่งหนึ่งในไอคอนสายลุยได้อย่างมั่นคงในปี 2025 โดยลบภาพจำเดิมๆ ของรถลุยสายดิบ ให้กลายเป็น SUV หรู (SUV หรู) ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไว้ได้อย่างน่าทึ่ง มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล D300 (MHEV 300 แรงม้า, 650 นิวตันเมตร), เบนซิน P400 (MHEV 400 แรงม้า, 550 นิวตันเมตร) และปลั๊กอินไฮบริด P400e (เบนซิน 2.0 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า รวม 404 แรงม้า, 640 นิวตันเมตร, วิ่งไฟฟ้าล้วนประมาณ 43 กม. WLTP)

จุดแข็ง: Defender มาพร้อมโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม Monocoque (D7x) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา และช่วงล่างถุงลมแบบ Adaptive Air Suspension ที่ปรับโหมดการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวได้อย่างอัจฉริยะ ทำให้มอบความสบายบนถนนในแบบที่สวนทางกับหน้าตา แต่เมื่อลงทางออฟโรด มันคือ Land Rover ของจริงที่สามารถลุยผ่านอุปสรรคโหดๆ ได้อย่างง่ายดาย เป็น รถลุย (รถลุยพรีเมียม) ที่ครบเครื่อง

ข้อด้อย: ค่าบำรุงรักษาที่ประกอบด้วยค่าอะไหล่และค่าบริการหลังการขายที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป รวมถึงเป็นรถที่กินน้ำมันพอสมควร แม้จะมีระบบ Mild-Hybrid มาช่วยแล้วก็ตาม

Toyota Land Cruiser FJ: ตำนานบทใหม่ที่กำลังจะมาถึง

แม้จะยังไม่เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2025 แต่ Toyota Land Cruiser FJ คือรถที่สร้างกระแสความสนใจได้อย่างล้นหลามตั้งแต่ก่อนเข้าไทย นี่คือการกลับมาของตำนานในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง (SUV 5 ที่นั่ง) ขนาดเล็กกว่า Fortuner เล็กน้อย โดยจะใช้พื้นฐานแชสซีส์แบบเดียวกับ Hilux Champ แต่เน้นการลุยมากกว่า คาดว่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD

จุดแข็ง: สำหรับแฟนคลับ FJ ทั่วโลก นี่คือข่าวดีที่รอคอย ด้วยการนำเสนอจิตวิญญาณของ FJ ในขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ทำให้เป็นรถออฟโรด (รถออฟโรดรุ่นใหม่) ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง คาดการณ์ว่าจะเข้าไทยในช่วงเดือนมีนาคม 2026 ด้วยราคาจำหน่ายประมาณ 1.2 – 1.3 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถออฟโรดขนาดกลางอย่างแน่นอน

Mercedes-Benz ในปี 2025: ผู้นำนวัตกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษ

ขณะที่กระแส “เรโทร-ออฟโรด” กำลังจุดประกายความหลงใหลในตลาด แต่แบรนด์ผู้นำอย่าง Mercedes-Benz ก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะพัฒนานวัตกรรม มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และสร้างมาตรฐานใหม่ในทุกมิติของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในปี 2025 นี้ Mercedes-Benz ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำทั้งในด้านสมรรถนะหรูหรา เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง

Friend with Benz และ Motor Show 2025: สร้างสรรค์คอมมูนิตี้แห่งความหลงใหล

จากแรงบันดาลใจที่ Mercedes-Benz เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมากมาย แบรนด์จึงสานต่อแคมเปญ “Friend with Benz” (FWB) เพื่อเชิญชวนทุกคนที่ชื่นชอบยานยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ก็ตาม ให้มาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ณ งาน Motor Show 2025 นี่คือพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมรุ่นต่างๆ รวมถึงข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ (โปรโมชั่นรถเบนซ์) ที่มอบให้เฉพาะ Friend with Benz เท่านั้น

ผ่านวิดีโอ “คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)” ที่สะท้อนความหลงใหลในมิติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันที่ถ่ายทอดจากครอบครัว ความใฝ่ฝันอยากครอบครอง หรือแม้กระทั่งการสะสมโมเดลและแต่งเพลงถึงแบรนด์ เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความผูกพันอันลึกซึ้งที่ผู้คนมีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Show 2025 ที่บูธ Mercedes-Benz หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ผู้ที่มางานจะได้พบกับเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น “Mercedes-AMG G 63” เพื่อนสายลุยที่ผสานขุมพลังเข้ากับดีไซน์ทรงกล่องสุดคลาสสิก “Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+” เพื่อนสายสปอร์ตที่มอบความแรงและความหรูหราในทุกมิติ และ “Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+” เพื่อนสายเรียบหรูที่มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง พร้อมรับข้อเสนอพิเศษของรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย

มิติใหม่แห่งความปลอดภัย: Mercedes-Benz กับระบบ ADAS ใน Road Safety Week 2025

Mercedes-Benz ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย (เทคโนโลยีความปลอดภัยรถยนต์) ด้วยการนำรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ EQS 450+ AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic และ S 350 d Exclusive เข้าร่วมการทดสอบการใช้งานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS (Advanced Driver Assistance System) ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Week) ที่จัดโดย UNESCAP เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ งานนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประเทศไทยและภูมิภาค

รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นที่ติดตั้งระบบความปลอดภัยระดับสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างครบครัน อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบ Driving Assistance Package, ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist), โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist) ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการปกป้องผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนทุกคน

ที่สุดแห่งสมรรถนะ: การเปิดตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ปี 2025

Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ยนตรกรรมเรือธงในตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ของแบรนด์ Mercedes-AMG ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (Bangkok International Motor Show 2025) ที่ผ่านมา การกลับมาครั้งนี้ภายใต้รหัสตัวถัง C192 ยังคงออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo วางตำแหน่งแบบ Hot Inside “V” ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 15,900,000 บาท

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ โดดเด่นด้วยลักษณะตัวถังแบบ Wide Body ที่มีความกว้างถึง 2 เมตร สะท้อนดีเอ็นเอของรถมอเตอร์สปอร์ตที่ขับขี่ได้จริง มาพร้อมกระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า DIGITAL LIGHT นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัย Driving Assistance Package และกล้องรอบคัน 360 องศา ที่จะแสดงภาพมุมมองรอบทิศทางแบบ Real-time เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย

ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission สามารถรองรับแรงบิดได้สูง ตอบสนองทุกรูปแบบการขับขี่ และเปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที พร้อมสมรรถนะการขับขี่ในสนามแข่งที่ดีขึ้นด้วยระบบ RACE START ขณะที่ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ถูกปรับจูนให้การตอบสนองที่แม่นยำเพื่อการเข้าโค้งที่ปลอดภัยและรวดเร็ว รวมถึงเบรกสมรรถนะสูงที่ออกแบบโดย Mercedes-AMG มาพร้อมระบบเบรกแบบ Sports Braking System และช่องระบายอากาศเพื่อลดอุณหภูมิของเบรกเมื่อมีการใช้งานในความเร็วสูง

Previous Post

N2211010_ความจร งถ กบ ดเบ อนเด กหญ งถ กใส ายจนต องจากบ านไป.(2093) Viral_part2

Next Post

N2311005 เม อความล บของล กแท กเป ดโปง ความร กก เร มส นคลอน) Viral_part2

Next Post
N2311005 เม อความล บของล กแท กเป ดโปง ความร กก เร มส นคลอน) Viral_part2

N2311005 เม อความล บของล กแท กเป ดโปง ความร กก เร มส นคลอน) Viral_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.