• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0811013_กพ ชายจนหมดใจ ดท ายเป นแค หมากในเกม…เม อเขาพาแฟนมาเป ดต_part2

admin79 by admin79
November 4, 2025
in Uncategorized
0
N0811013_กพ ชายจนหมดใจ ดท ายเป นแค หมากในเกม…เม อเขาพาแฟนมาเป ดต_part2

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม PPV (Pickup Passenger Vehicle) และ SUV (Sport Utility Vehicle) ที่เติบโตและปรับเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้ในปี 2025 เราจะพาย้อนกลับไปสำรวจบทบาทของสองรุ่นที่เคยสร้างปรากฏการณ์และยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดรถมือสองในปัจจุบัน นั่นคือ Mitsubishi Pajero Sport และ Chevrolet Captiva พร้อมทั้งมองภาพรวมของการแข่งขันในตลาด PPV และ SUV ที่ดุเดือดกว่าที่เคย

Mitsubishi Pajero Sport: ความลงตัวของดีไซน์และสมรรถนะที่ยังคงครองใจ

เมื่อครั้งที่ Mitsubishi Pajero Sport เจเนอเรชันปัจจุบันเปิดตัว (ประมาณปี 2015-2016) มันได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด PPV ด้วยดีไซน์ “Dynamic Shield” อันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากกระบะพื้นฐานอย่าง Triton อย่างสิ้นเชิง ถือเป็นการปฏิวัติการออกแบบในยุคนั้น และแม้จะผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้วในปี 2025 ภาพลักษณ์ของ Pajero Sport ก็ยังคงโดดเด่นและเป็นที่จดจำ นี่คือหนึ่งใน PPV ที่ยังคงรักษามนต์เสน่ห์ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งในตลาดรถใหม่ (หากมีรุ่นปรับโฉมต่อเนื่อง) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถมือสอง

ดีไซน์ภายนอก: เส้นสายแห่งความสปอร์ตที่เหนือกาลเวลา

ในยุคที่ PPV หลายรุ่นพยายามปรับลุคให้หรูหราและดุดัน Pajero Sport GT ยังคงมีสัดส่วนที่ลงตัว ด้วยชุดแต่งรอบคันที่เสริมความสปอร์ตได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ด้านหน้าที่หล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์ ชิ้นงานโครเมียมที่ทอดยาวรับกับแนวไฟ LED Day Light (DRL) ซึ่งในอดีตถือเป็นลูกเล่นที่ทันสมัย แต่ปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์ไปแล้ว เส้นสายที่เชื่อมโยงต่อเนื่องจากหน้าจรดท้าย และแน่นอนว่า “ไฟท้ายแบบ Diamond LED” ที่โดดเด่นสะดุดตาในยามค่ำคืนยังคงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้ Pajero Sport เป็นที่จดจำและยากที่จะลืมเลือน แม้คู่แข่งจะปรับโฉมไปกี่ครั้ง แต่ความกล้าหาญในการออกแบบของ Mitsubishi ในรุ่นนี้ก็ยังคงได้รับการชื่นชม

ไฟหน้าแบบ Bi-Projector ที่ให้ความสว่างกว้างไกล พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และปรับระดับสูง-ต่ำได้อัตโนมัติ เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยและสะดวกสบายของผู้ขับขี่ ซึ่งถือว่าล้ำหน้าในยุคที่เปิดตัว และยังคงใช้งานได้ดีเยี่ยมในปี 2025 รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อตัวท็อปอย่าง GT ยังคงมาพร้อมบันไดข้างสีเทาที่รับกับแร็คหลังคาสีเดียวกัน เสริมทั้งประโยชน์ใช้สอยและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว วงล้ออัลลอยด์ดีไซน์ทูโทนที่เคยเป็นแฟชั่นสุดฮิตในอดีต ก็ยังคงความเข้ากันได้ดีกับภาพลักษณ์โดยรวมของตัวรถ ไม่ได้ดูตกยุคจนเกินไปนัก

ภายในห้องโดยสาร: ความสบายที่ลงตัวกับทุกการเดินทาง

สำหรับภายในของ Pajero Sport นั้น หลายคนอาจเคยวิจารณ์ว่า “แคบกว่าคู่แข่ง” แต่ในมุมมองของผม มันคือความรู้สึกที่แตกต่าง ไม่ใช่ความคับแคบจริงๆ ที่นั่งด้านหน้ามอบความสบายอย่างเหนือชั้น ด้วยเบาะที่โอบกระชับและให้ความรู้สึกเหมือนนั่งโซฟาหรูๆ ประกอบกับตัวรถที่สูง ทำให้ทัศนวิสัยกว้างไกล มองเห็นถนนได้ชัดเจน ช่วยลดความอึดอัดเมื่อต้องเดินทางไกล

เบาะนั่งแถวสองมีพื้นที่กว้างขวาง นั่งสบาย และสามารถปรับเอนได้ ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายในการเดินทาง แม้กระทั่งเบาะนั่งแถวสาม ซึ่งหลายคนบอกว่าไม่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ในการเดินทางไกลนัก แต่ก็ยังถือว่าให้พื้นที่ที่ “พอใช้ได้” สำหรับการเดินทางระยะสั้น หรือสำหรับเด็ก ถือเป็นจุดที่ต้องแลกกับความกระทัดรัดของตัวรถ แต่สิ่งที่โดดเด่นคือความยืดหยุ่นในการปรับพับเบาะนั่งทั้งสองแถว ที่ทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องออกแรงมากนัก ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้อย่างมหาศาล รองรับสัมภาระขนาดใหญ่ได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นทีวีจอแบนขนาด 40 นิ้ว หรือจักรยานเสือภูเขาหลายคัน

เรือนไมล์แบบอนาล็อกที่วัดรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ผสานกับจอแสดงผลสีตรงกลางที่ให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ระยะทาง, อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย และการตั้งค่าระบบต่างๆ ถือเป็นการผสมผสานความคลาสสิกกับความทันสมัยที่ลงตัว ในขณะที่พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่มาพร้อมปุ่มควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์ และระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ที่ปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้ ถือเป็นเทคโนโลยีที่โดดเด่นในยุคนั้น และยังคงเป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ PPV ในปี 2025

Paddle Shift ที่ติดตั้งอยู่กับคอพวงมาลัย (ไม่หมุนตามพวงมาลัย) เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่เพิ่มความสนุกในการขับขี่ ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ทันใจตามต้องการ เหนือคันเกียร์ขึ้นมาเป็นระบบปรับอากาศแบบอนาล็อกพร้อมจอแสดงผลดิจิทัลที่ปรับแยกซ้าย-ขวาได้ และจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วที่ตอบสนองได้ดีเยี่ยมในยุคนั้น (แม้จะไม่เนียนเท่าสมาร์ทโฟนยุค 2025) รองรับการเชื่อมต่อ USB และ Bluetooth ครบครัน

จุดที่แอบหงุดหงิดใจเล็กน้อย (ที่ยังคงเป็นข้อสังเกตมาจนถึงวันนี้) คือการซ่อนช่อง USB และ 12V ไว้ในที่วางแขน ทำให้เสียบยากขณะขับขี่ ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจถูกปรับปรุงในรุ่นใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ช่องเก็บของใต้ที่วางแขนนั้นกว้างขวางมาก สามารถใส่ขวดน้ำได้หลายขวด และมีถาดแยกสำหรับวางมือถือหรือเศษเหรียญ สะท้อนถึงการออกแบบที่เน้นการใช้งานจริง

ผู้โดยสารตอนหลังยังได้รับความสะดวกสบายด้วยระบบทำความเย็นแยกส่วน จอแสดงผลพร้อมช่องใส่ CD (ที่อาจดูโบราณไปแล้วในปี 2025 แต่ก็สะท้อนยุคสมัยของมัน) หูฟังไร้สาย และรีโมทควบคุมเพื่อความบันเทิงและความเป็นส่วนตัว

สมรรถนะและการขับขี่: แรง หนึบ มั่นใจ

หัวใจของ Mitsubishi Pajero Sport คือเครื่องยนต์ MIVEC 2.4 ลิตร ที่ให้แรงบิดสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที มอบอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจ ทำให้รถมีความกระฉับกระเฉง แม้ในสภาพการจราจรที่หนาแน่น การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีเยี่ยม แม้ขับด้วยความเร็วสูงกว่า 120 กม./ชม. ก็ยังคงความเงียบสงบ Pajero Sport GT ยังคงรักษาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางไกล

ระบบเบรกถือเป็นจุดแข็งอีกประการหนึ่ง ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม สามารถหยุดรถได้อย่างมั่นใจ แม้ตัวรถจะสูงและใหญ่ แต่การเบรกก็ยังคงให้ความหนึบแน่น อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของรถ PPV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง อาจมีอาการโยกตัวบ้างเล็กน้อยขณะเบรกหรือเมื่อรถคันอื่นขับผ่าน แต่เมื่อคุ้นชินแล้วก็จะปรับตัวได้ ช่วงล่างที่นุ่มนวลแต่กระชับ ทำให้การขับขี่สบายและมั่นคง

เทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบาย: ล้ำหน้าในยุคก่อน มาตรฐานในยุคนี้

ในปีที่ Pajero Sport เปิดตัว เทคโนโลยีที่ใส่มานั้นถือว่า “ว้าว” มากๆ และยังคงเป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นในปี 2025

Adaptive Cruise Control (ACC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันที่สามารถทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำ ปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระดับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง ลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากในยุคนั้น และเป็นสิ่งที่ PPV ยุค 2025 ต้องมี

ระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากคันหน้า (Forward Collision Mitigation System): ทำงานร่วมกับ ACC แจ้งเตือนและช่วยเบรกเมื่ออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ฟีเจอร์นี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในความปลอดภัยเชิงรุก

กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor / Bird’s Eye View Camera): นอกจากกล้องมองหลังแล้ว Pajero Sport ยังมาพร้อมกล้องมองภาพมุมสูง 360 องศา และกล้องมองข้างซ้ายสำหรับจอดเทียบ ซึ่งช่วยให้การจอดรถ PPV คันใหญ่เป็นเรื่องง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะการคำนวณองศาการเลี้ยวบนหน้าจอที่มีความแม่นยำสูง ไม่หลอกตาเหมือนรถบางรุ่นในอดีต

แม้เทคโนโลยีอย่าง Traction Control และ Sonar Parking จะกลายเป็นมาตรฐานในรถยนต์ยุคใหม่ไปแล้ว แต่ความครบครันของ Pajero Sport ในยุคที่เปิดตัวนั้น ถือเป็นการวางรากฐานที่ดีเยี่ยมให้กับรถ PPV ในอนาคต และยังคงเป็นรถที่มอบความคุ้มค่าทั้งในด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในตลาดรถมือสองปี 2025

Chevrolet Captiva: ตำนาน SUV ที่จากไป แต่ยังคงตราตรึงในฐานะรถมือสองปี 2025

สำหรับ Chevrolet Captiva นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์ตลาดรถ SUV ของไทย ในฐานะผู้ที่เคยรีวิว Captiva รุ่น Minorchange เมื่อปี 2012 ผมได้เห็นศักยภาพและความคุ้มค่าที่รถคันนี้นำเสนอ ในปี 2025 แม้ Chevrolet จะยุติการทำตลาดรถยนต์ใหม่ในประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่ปี 2020 แต่ Captiva ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถมือสอง ด้วยประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่งและคุณสมบัติที่โดดเด่นในยุคของมัน

ย้อนรอย Captiva: Crossover SUV จาก GM Daewoo

Captiva เป็นผลผลิตจากความร่วมมือระหว่าง General Motors และ GM Daewoo ประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Theta เพื่อตอบโจทย์ตลาด Crossover SUV ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แทนที่ Chevrolet Zafira Minivan การเปิดตัวครั้งแรกในเกาหลีใต้ (ภายใต้ชื่อ Daewoo Winstorm) ก่อนจะเข้าสู่ตลาดโลกและไทยในปี 2007 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GM ที่จะนำเสนอรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่สามารถต่อกรกับ Honda CR-V และคู่แข่ง PPV อย่าง Fortuner หรือ Pajero Sport ได้

รุ่น Minorchange ในปี 2011 (ซึ่งเป็นช่วงเวลาของบทความต้นฉบับ) มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ ทั้งดีไซน์ภายนอกที่ปรับให้ดูทันสมัยขึ้น และที่สำคัญคือการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด ทั้งเบนซิน 2.4 ลิตร Flex Fuel E85 และดีเซล 2.0 VCDi ที่แรงขึ้น พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญ

ดีไซน์ภายนอก: ความกล้าหาญที่อาจถูกมองว่าแปลกในยุคหนึ่ง

การปรับโฉม Minorchange ของ Captiva นั้น มีทั้งส่วนที่ได้รับการชื่นชมและถูกตั้งคำถาม ไฟหน้าที่ดูคล้าย Mitsubishi Lancer EX และกระจังหน้าแบบ Dual Port Grille ที่ใหญ่โต เป็นการปรับเปลี่ยนที่กล้าหาญ หลายคนมองว่าดูแปลกตา แต่ก็ทำให้ Captiva มีบุคลิกที่ชัดเจนไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ไฟหน้า Projector อัตโนมัติ, ไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้างพร้อมฮีตเตอร์ละลายฝ้า, ท่อไอเสียคู่ และล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้วในรุ่น LTZ ล้วนเป็นสิ่งที่เสริมให้ Captiva ดูหรูหราและสปอร์ตในยุคของมัน

ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและฟังก์ชันที่คุ้มค่า

ภายในของ Captiva (โดยเฉพาะรุ่น LTZ) ตกแต่งด้วยหนังสีเทา-เบจ ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย พื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวาง เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ให้ความสะดวกสบายในการหาตำแหน่งขับขี่ที่เหมาะสม แม้ในอดีตพนักพิงศีรษะรูปตัว L คว่ำจะถูกวิจารณ์ว่าทำให้ปวดต้นคอ (ซึ่งเป็นข้อสังเกตส่วนตัวของผมในตอนนั้น) แต่โดยรวมแล้วเบาะนั่งให้ความนุ่มนวลและรองรับสรีระได้ดีขึ้นในรุ่น Minorchange

การเข้า-ออกจากห้องโดยสารทำได้ง่าย เบาะแถวสองสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60:40 ปรับเอนได้ 3 ตำแหน่ง พร้อมที่วางแขนและช่องวางแก้วน้ำ พื้นห้องโดยสารแบบเรียบช่วยเพิ่มความสบายสำหรับผู้โดยสารตรงกลาง เบาะแถวสามแม้จะไม่ได้กว้างขวางมากนักสำหรับผู้ใหญ่เดินทางไกล แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับ SUV 7 ที่นั่งในตลาดเดียวกัน และยังมาพร้อมช่องแอร์แยกส่วน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญสำหรับสภาพอากาศเมืองไทย

พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างขวางมาก เมื่อพับเบาะแถวสามลงจะมีปริมาตร 465 ลิตร และถ้าพับเบาะแถวสองทั้งหมดจะเพิ่มเป็น 930 ลิตร สามารถบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ยังมีถาดเก็บของอเนกประสงค์พร้อมเครื่องมือประจำรถใต้พื้นห้องเก็บของ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คิดมาอย่างดีสำหรับการใช้งานจริง

แผงหน้าปัดสีดำ Jet Black ตัดกับวัสดุ Light Titanium ลาย Carbon Fiber ให้ความทันสมัย พวงมาลัย 4 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและ Cruise Control แม้สวิตช์บางตัวจะอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานยากไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ให้ความสะดวกสบาย เรือนไมล์แบบ Ice Blue แสดงผลชัดเจน พร้อมสารพัดไฟเตือนที่เคยถูกแซวว่าสว่างไสวราวเวทีคอนเสิร์ต

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ เบรกมือไฟฟ้า (แทนกลไกแบบเดิม), ช่องเก็บของบนคอนโซลกลางที่เหมาะสำหรับวางพระเครื่อง (เป็นความเข้าใจเชิงวัฒนธรรม), เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และชุดเครื่องเสียงคุณภาพดีพร้อมระบบ 3D Sound Staging ที่ให้มิติเสียงที่ดีเยี่ยม (แม้จะยังเป็นรองชุด Alpine ใน Pajero Sport แต่ก็ถือว่าดีมากในกลุ่มเดียวกัน) หน้าจอมอนิเตอร์ 7 นิ้วแบบ Touch Screen ในรุ่น LTZ มาพร้อมระบบนำทาง GPS ของ Garmin เครื่องเล่น MP3/DVD และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ถือว่าครบครันมากในยุคนั้น

สมรรถนะการขับขี่: พละกำลังที่น่าค้นหาและช่วงล่างที่เหนือชั้น

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 VCDi (1,998 ซีซี) บล็อกใหม่ใน Captiva Minorchange ให้กำลัง 163 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 36.7 กก.-ม. ที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที ซึ่งแรงขึ้นจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด แม้ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จะไม่ได้โดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง แต่สัมผัสในการขับขี่กลับให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง มีแรงดึงที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในช่วงความเร็วเดินทาง การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางเงียบสงบและสบาย

พวงมาลัยแบบไฮดรอลิกที่ได้รับการปรับตั้งใหม่ ให้ความรู้สึกเบาสบายในความเร็วต่ำ ทำให้การขับขี่ในเมืองคล่องตัวและจอดรถง่าย เหมือนรถยนต์นั่งทั่วไป ในความเร็วสูง พวงมาลัยยังคงให้ความนิ่งและแม่นยำ ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

จุดเด่นที่สุดของ Captiva คือระบบกันสะเทือนหน้า MacPherson Strut และหลังอิสระ Multi-Link 4 จุดยึด ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พร้อมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ขึ้น และระบบ Self-Levelizer ที่ปรับระดับช่วงล่างอัตโนมัติ ทำให้ Captiva มีบุคลิกช่วงล่างที่นุ่มนวลแต่แน่นหนา ให้ความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ ไม่ต่างจากรถเก๋งระดับพรีเมียม การทรงตัวในย่านความเร็วสูงทำได้ดีเยี่ยม การเข้าโค้งให้ความมั่นใจ แม้ตัวรถจะสูงแต่ก็ไม่โคลงเคลงจนน่ากังวล

ระบบห้ามล้อดิสก์เบรก 4 ล้อพร้อมครีบระบายความร้อนที่คู่หน้า ทำงานร่วมกับระบบ ABS, EBD, HBA, Traction Control, ESP และ ARP (Anti-Roll Protection) ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มอบประสิทธิภาพการเบรกที่ดีเยี่ยมและมั่นใจได้

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ดีขึ้น แต่ยังไปได้อีก

ในการทดสอบของผมเมื่อปี 2012 Captiva 2.0 VCDi ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ประมาณ 12.44 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าประมาณ 1.3-1.4 กม./ลิตร แม้จะยังไม่ประหยัดเท่าเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบจากฝั่งยุโรปบางค่าย แต่ก็ถือเป็นพัฒนาการที่ดีและเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป น้ำมันเต็มถัง (65 ลิตร) สามารถวิ่งได้ประมาณ 550-600 กิโลเมตร

Captiva ในปี 2025: มรดกและความท้าทายในตลาดรถมือสอง

ในปี 2025 Captiva ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถมือสอง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองหา SUV 7 ที่นั่งที่มีช่วงล่างดีเยี่ยม สมรรถนะใช้ได้ และออปชันครบครันในราคาที่เข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม การที่ Chevrolet ยุติการทำตลาดรถใหม่ในไทย ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไหล่และการบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อรถมือสอง Captiva ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้จะมีกลุ่มผู้ใช้ที่เหนียวแน่นและอู่ซ่อมเฉพาะทาง แต่การตัดสินใจซื้อในวันนี้ต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้เป็นสำคัญ

Ford F-150 Raptor 2017: มหากาพย์รถกระบะสมรรถนะสูง

ส่วนเรื่องราวของ Ford F-150 Raptor 2017 ที่ถูกกล่าวถึงในบทความต้นฉบับ สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมในรถกระบะสมรรถนะสูงที่แตกต่างกันไปในแต่ละตลาดโลก ในสหราชอาณาจักร รถรุ่นนี้มีราคาสูงลิ่วจนแพงกว่า Porsche 911 Carrera เสียอีก เนื่องจากต้องนำเข้าในฐานะรถพวงมาลัยซ้ายและเสียภาษีจำนวนมาก ในขณะที่ในสหรัฐอเมริกา ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก

ในปี 2025 Ford F-150 Raptor ได้ก้าวข้ามไปอีกหลายเจเนอเรชันแล้ว ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น แต่ Raptor 2017 ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคทองของรถกระบะสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อลุยอย่างแท้จริง ด้วยขุมพลัง 450 แรงม้า แรงบิดมหาศาล และชุดแต่งที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นรุ่น SuperCab หรือ SuperCrew ที่เคยนำเข้ามาจำหน่ายในอังกฤษ ก็ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่มที่หลงใหลในพละกำลังและความเป็นออฟโรดขั้นสุด นี่คือบทพิสูจน์ว่าความต้องการในรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่สุดขั้วนั้นมีอยู่เสมอ ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร

สรุปและคำเชิญชวน

การมองย้อนกลับไปที่ Mitsubishi Pajero Sport และ Chevrolet Captiva ในบริบทของปี 2025 ทำให้เราเห็นว่า นวัตกรรมและการออกแบบในอดีตได้วางรากฐานสำคัญให้กับรถยนต์ในปัจจุบัน Pajero Sport ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด PPV ด้วยดีไซน์อมตะ สมรรถนะที่เชื่อถือได้ และเทคโนโลยีที่ยังคงตอบโจทย์การใช้งาน ในขณะที่ Captiva แม้จะโบกมือลาตลาดรถใหม่ไปแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นมรดกทางวิศวกรรมที่น่าจดจำในตลาดรถมือสอง มอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจสำหรับผู้ที่กล้าที่จะเผชิญกับความท้าทายด้านการดูแลรักษา

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ PPV หรือ SUV ที่ตอบโจทย์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด หรือรถมือสองที่ยังคงคุณค่าและคุ้มค่ากับการลงทุนในปี 2025 นี้ เราขอเชิญชวนให้คุณเข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ [ชื่อเว็บไซต์/โชว์รูมของคุณ] เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณได้รถยนต์ที่ลงตัวกับทุกความต้องการและงบประมาณของคุณ มาค้นพบอนาคตของการเดินทางไปพร้อมกัน!

Previous Post

N0811012_ภรรยาไม ชวนสาม เป นประธานไปก นข าวตอนประช และน อตอนจบ_part2

Next Post

N0811014_เผลอจ างล กพ กน องของว าท สาม มาเป นนายแบบ ตอนจบทำเอาอ งไปเลย!_part2

Next Post
N0811014_เผลอจ างล กพ กน องของว าท สาม มาเป นนายแบบ ตอนจบทำเอาอ งไปเลย!_part2

N0811014_เผลอจ างล กพ กน องของว าท สาม มาเป นนายแบบ ตอนจบทำเอาอ งไปเลย!_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.