Motor Expo หรือมหกรรมยานยนต์ปลายปี ถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และ Motor Expo 2017 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยานยนต์ยุคใหม่ ฝันไกลที่กลายเป็นจริง – New Age Vehicles.. A Distant Dream comes true” ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ณ ขณะนั้น ที่น่าสนใจคือ ในปี 2025 นี้ รถยนต์หลายรุ่นที่เปิดตัวหรือเป็นไฮไลต์ในงานเมื่อเจ็ดปีก่อน ยังคงมีบทบาทสำคัญและเป็นที่ต้องการในตลาดรถยนต์มือสองอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาท่านย้อนเวลากลับไปสำรวจมรดกยานยนต์เหล่านั้น พร้อมวิเคราะห์ถึงคุณค่าและความน่าสนใจของพวกเขาในยุคปัจจุบัน
ภูมิทัศน์ยานยนต์ไทยในปลายปี 2017: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่
ช่วงปลายปี 2017 เป็นยุคที่ตลาดรถยนต์ไทยกำลังปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากกระแสความนิยมในรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV/Crossover) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่เริ่มกลายเป็นมาตรฐาน รวมถึงการเติบโตของรถยนต์ประหยัดพลังงานและการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น แม้จะยังไม่แพร่หลายเท่าในปี 2025 แต่รากฐานสำคัญหลายอย่างก็ได้ถูกวางไว้ในงาน Motor Expo ครั้งนั้น งานในปีนั้นจึงเป็นเสมือนกระจกสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้ผลิตที่พยายามตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
รถตู้และ MPV: ความสบายสำหรับครอบครัวใหญ่และการเดินทาง (Hyundai H1, Grand Starex)
ในตลาดรถยนต์ปี 2017 รถตู้และรถ MPV ขนาดใหญ่ยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับครอบครัวใหญ่ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการรถสำหรับการเดินทางที่เน้นความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอย Hyundai H1 Touring 2018 ถือเป็นไฮไลต์ที่โดดเด่น ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันสำหรับการเดินทางที่เน้น “ความสบายที่สุด” ตัวรถมีความยาว 5,125 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,925 มม. ดีไซน์ภายนอกเน้นความเรียบง่ายแต่ทันสมัย ไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว LED และเสาอากาศแบบ Short-Type เพื่อความคล่องตัวในการเข้าอาคารหรือพื้นที่จำกัด
ภายในห้องโดยสารของ Hyundai H1 Touring 2018 ออกแบบมาอย่างกว้างขวาง โดยมีเบาะที่นั่งรวม 11 ที่นั่ง เบาะแถวที่ 2 สามารถปรับหมุนได้ 180 องศา เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน เบาะสีเบจให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ทำให้ความเย็นทั่วถึงทุกที่นั่ง ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Four Rings และกล้องมองหลังพร้อมฟังก์ชัน Bird’s Eye View ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และจอดรถ
จุดแข็งที่สำคัญของ Hyundai H1 คือเครื่องยนต์ดีเซล A2 2.5 ลิตร CRDi DOHC 16 Valve VGT ที่ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 441 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Sequential Shift ที่ให้ความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน รัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.6 เมตร ทำให้รถ MPV ขนาดใหญ่นี้มีความคล่องตัวเกินคาด ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และช่วงล่าง MacPherson Struts ด้านหน้า กับ 5-Link Rigid Axle ด้านหลัง ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมและความนุ่มนวลในการขับขี่
ในตลาดรถยนต์มือสองปี 2025 Hyundai H1 โดยเฉพาะรุ่นปี 2018-2019 ยังคงเป็น รถครอบครัวมือสอง ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยชื่อเสียงด้านความทนทาน ค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพงมากนัก และความคุ้มค่าด้านราคา ผู้ที่กำลังมองหา รถตู้มือสอง หรือ รถ MPV มือสอง ที่ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์ การเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่ใช้เป็นรถรับส่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ก็ยังคงมองหา Hyundai H1 เนื่องจากมีอะไหล่รองรับและช่างผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสบายและพื้นที่ใช้สอยในงบประมาณที่สมเหตุสมผล
รถเก๋ง B-Segment: ความประหยัดและคล่องตัวในเมือง (Toyota Vios, Honda City, Mazda 2)
กลุ่มรถเก๋ง B-Segment ยังคงเป็นแกนหลักของตลาดรถยนต์ไทยเสมอมา และ Toyota Vios 2017 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ คือหนึ่งในดาวเด่นที่งาน Motor Expo 2017 ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการในตลาด รถมือสอง ปี 2025 ด้วยเหตุผลด้านความน่าเชื่อถือและคุณสมบัติที่ครบครัน
Toyota Vios 2017 มาพร้อมดีไซน์ “Keen Look” ที่เน้นความสปอร์ตและทันสมัย ด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และไฟ DRL แบบ LED ในรุ่นท็อป แม้จะผ่านไปหลายปี ดีไซน์นี้ก็ยังคงดูไม่ล้าสมัย ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Dual VVT-i ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะดีขึ้นและที่สำคัญคือ ประหยัดน้ำมัน อย่างโดดเด่น ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 17-19 กิโลเมตรต่อลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองดีเยี่ยม
จุดเด่นสำคัญคือระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC) ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ทำให้ Vios 2017 เป็น รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ที่มอบความปลอดภัยระดับสูง
ในปี 2025 Toyota Vios 2017 ยังคงเป็น รถเก๋งมือสอง ที่น่าซื้อเป็นอย่างยิ่ง ด้วย ความทนทานสูง ตามมาตรฐานของโตโยต้า ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก ค่าซ่อมบำรุงต่ำ และ หาอะไหล่ง่าย ทำให้เป็นเจ้าของได้สบายใจ ราคา รถมือสอง ในปัจจุบันเริ่มต้นที่ประมาณสองแสนปลาย ๆ ถึงสี่แสนต้น ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพและรุ่นย่อย เหมาะสำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์คันแรก พนักงานออฟฟิศ หรือครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการ รถยนต์ประหยัดน้ำมัน สำหรับใช้งานในเมืองเป็นหลัก
ยุคทองของ Crossover และ SUV: ความหลากหลายที่ตอบโจทย์ (Mazda CX-5, Honda HR-V/BR-V, Subaru XV, MG ZS, Nissan X-Trail)
กระแสความนิยมในรถยนต์กลุ่ม SUV และ Crossover เริ่มก่อตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงปี 2017 และ Motor Expo ครั้งนั้นก็เป็นเวทีให้ผู้ผลิตหลายรายนำเสนอโมเดลสำคัญ
Mazda CX-5 โฉมใหม่ที่เปิดตัวในช่วงนั้น ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยการออกแบบที่สวยงามภายใต้ปรัชญา KODO Design และเทคโนโลยี Skyactiv ที่ยังคงโดดเด่นเรื่อง สมรรถนะรถยนต์ และ ประหยัดน้ำมัน แม้จะใช้เครื่องยนต์เดิม แต่มีการปรับปรุงภายในให้เงียบขึ้น และปรับดีไซน์ภายนอกใหม่หมดจด ภายในกว้างขวางขึ้น และเบาะหลังนั่งสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด CX-5 มีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร (165 แรงม้า) และดีเซล 2.2 ลิตร (175 แรงม้า) ให้เลือก พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ ในปี 2025 Mazda CX-5 ปี 2017-2018 ยังคงเป็น รถ SUV มือสอง ที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่ไม่ตกยุค ขับขี่สนุก และ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ยังคงใช้งานได้ดี
Subaru XV โฉมใหม่ปี 2017 ก็เป็นอีกหนึ่ง Crossover ที่น่าจับตา ด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐาน Subaru Global Platform ชุดใหม่ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังและปรับปรุงช่วงล่างให้ซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นครอสโอเวอร์ช่วงล่างหนึบอันเป็นจุดแข็งของซูบารุไว้ เครื่องยนต์ Boxer 2.0 ลิตร Direct Injection (156 แรงม้า) ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ X-Mode ในปี 2025 Subaru XV ยังคงเป็น รถ SUV มือสอง ที่มีกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะที่ชื่นชอบ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และความมั่นใจในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย
MG ZS คืออีกหนึ่งผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาสร้างสีสันในตลาด Crossover ช่วงปลายปี 2017 ด้วยการพยายามนำเสนอรถยนต์ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ภายในที่ให้สัมผัสที่ดีเกินราคา และจุดเด่นด้าน เทคโนโลยีรถยนต์ อย่างระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย “i-SMART” และการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แม้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (114 แรงม้า) พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ อาจไม่ใช่ขุมพลังที่หวือหวาที่สุด แต่ฟังก์ชันที่จัดเต็มและราคาที่แข่งขันได้ ทำให้ MG ZS กลายเป็น รถ SUV มือสอง ที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการออปชันทันสมัยในราคาที่เข้าถึงง่ายในตลาดปัจจุบัน
กระบะและ PPV: พลังเพื่อการใช้งานและไลฟ์สไตล์ (Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton Athlete, Chevrolet Colorado, Ford Ranger)
ตลาดรถกระบะและ PPV (Pickup Passenger Vehicle) เป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่ร้อนแรงเสมอในประเทศไทย ในปี 2017 ผู้ผลิตต่างนำเสนอรถกระบะรุ่นพิเศษและรุ่นปรับปรุงเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด
Isuzu D-Max ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ในปีนั้น ยังคงตอกย้ำตำแหน่งแชมป์ยอดขาย ด้วยการปรับปรุงทั้งเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร (Blue Power) ที่ลดเสียงรบกวน และเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ภายในมีการใช้วัสดุนุ่มบุเพิ่มในหลายจุด ทำให้ห้องโดยสารดูดีและสะดวกสบายขึ้น D-Max ยังคงเป็น รถกระบะมือสอง อันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคมองหาในปี 2025 ด้วยชื่อเสียงด้าน ความทนทานสูง ประหยัดน้ำมัน และ ค่าซ่อมบำรุงต่ำ ทำให้เป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ทั้งการใช้งานส่วนตัวและเพื่อการพาณิชย์
Mitsubishi Triton Athlete เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษที่เพิ่มความสปอร์ตให้กับ Triton ด้วยชุดแต่งภายนอกสีดำสลับส้ม สปอร์ตบาร์ สปอยเลอร์ท้าย และภายในที่ตกแต่งด้วยสีส้ม รวมถึงระบบ Cruise Control (สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา) ขุมพลังดีเซล 4N15 2.4 ลิตร Clean Diesel MIVEC (181 แรงม้า) ยังคงมอบ สมรรถนะรถยนต์ ที่แข็งแกร่ง ในตลาด รถกระบะมือสอง ปี 2025 Triton Athlete ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถกระบะที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
กลุ่มพรีเมียมและรถหรู: ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ (Aston Martin, Audi, BMW, Jaguar, Kia Stinger, Maserati, Mercedes-Benz, Porsche, Bentley, Rolls-Royce)
Motor Expo 2017 ยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับรถยนต์ระดับพรีเมียมและหรูหรา ที่นำเสนอทั้งนวัตกรรมทาง เทคโนโลยีรถยนต์ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
Aston Martin DB11 ซึ่งเป็นผลผลิตแรกจากความร่วมมือกับ Daimler (Mercedes-Benz และ AMG) ได้รับความสนใจอย่างมาก ณ ขณะนั้น ด้วยดีไซน์ที่เปลี่ยนไปจาก DB9 รุ่นก่อน และมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ V12 5.2 ลิตร Twin-Turbo (608 แรงม้า) และ V8 4.0 ลิตร Twin-Turbo (510 แรงม้า) ที่แม้แรงม้าจะลดลง แต่น้ำหนักที่เบาลงทำให้การขับขี่คล่องตัวยิ่งขึ้น ในปี 2025 DB11 ยังคงเป็น รถสปอร์ตมือสอง ที่สะท้อนถึงงานฝีมือและ สมรรถนะรถยนต์ ระดับสูง สำหรับนักสะสมหรือผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมอังกฤษ
Audi Thailand ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ Meister Technik ได้รุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยนำเสนอโมเดลหลากหลาย เช่น A5 Sportback, A4 Avant Black Edition และ TTS รวมถึง R8 Coupe V10 (540 แรงม้า) ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นสูงสุดของค่าย A5 Sportback เน้นดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ส่วน A4 Avant Black Edition ตอบโจทย์ รถครอบครัว ที่ต้องการความสปอร์ต เทคโนโลยี quattro และเกียร์ S tronic 7 จังหวะ เป็นจุดเด่นที่ทำให้ Audi ได้รับความยอมรับ ในปี 2025 Audi เหล่านี้ยังคงเป็น รถยุโรปมือสอง ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและ ความปลอดภัยรถยนต์ ที่เชื่อถือได้
BMW และ MINI ก็จัดเต็มด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่น ทั้งซีรีส์ 6 Gran Turismo ที่เข้ามาทำตลาดแทน 5 Gran Turismo เดิม, X3 xDrive20d Highline และที่สำคัญคือการขยายไลน์รถ Plug-in Hybrid อย่าง 530e ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 252 แรงม้า ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่ รถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต นอกจากนี้ยังมี M760Li (610 แรงม้า) และ M-models อย่าง M2 LCI และ M4 Coupe LCI ที่แสดงถึงขีดสุดของ สมรรถนะรถยนต์ ในตลาด รถหรูมือสอง ปี 2025 รถยนต์ BMW โดยเฉพาะรุ่น Plug-in Hybrid ยังคงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ที่มองหา เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ทันสมัยและ ประหยัดพลังงาน ในระยะยาว
Jaguar และ Land Rover ก็ได้นำเสนอ Velar SUV ที่อยู่ระหว่าง Evoque และ Range Rover Sport ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ในขณะที่ Jaguar F-Type Coupe รุ่นพิเศษ 400 Sport AWD (400 แรงม้า) ตอกย้ำความเป็น รถสปอร์ตมือสอง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Kia Stinger ซึ่งเป็นรถซาลูนขับเคลื่อนล้อหลังขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Turbo (255 แรงม้า) และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สร้างความประหลาดใจและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถยุโรปมือสอง สไตล์สปอร์ต แต่มีเอกลักษณ์ความเป็นเกาหลีผสมผสาน
Maserati ก็ไม่น้อยหน้า นำเสนอ Levante S GranSport SUV ตัวแรง (430 แรงม้า) ที่เข้ามาเสริมทัพ Levante ดีเซลเดิม ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับ รถ SUV พรีเมียมมือสอง ในขณะที่ Porsche เปิดตัว All New Cayenne S (440 แรงม้า) พร้อมเทคโนโลยี Rear-axle Steering และ Panamera Sport Turismo ที่เพิ่มพื้นที่และความยืดหยุ่นในการใช้งาน รวมถึง 911 Carrera GTS (450 แรงม้า) ที่เป็นที่สุดของ สมรรถนะรถยนต์ และ ความปลอดภัยรถยนต์ สำหรับสายซิ่ง ในปี 2025 รถยนต์เหล่านี้ยังคงรักษามูลค่าในตลาด รถหรูมือสอง และ รถสปอร์ตมือสอง ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นสมรรถนะหรือเป็นรุ่นลิมิเต็ด
Mercedes-Benz ก็ได้เปิดตัว AMG GT C Roadster (558 แรงม้า) และ AMG GT R (585 แรงม้า) ที่แสดงถึงขีดสุดของ สมรรถนะรถยนต์ และ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง พร้อมทั้ง Maybach S560 Premium ที่มอบความหรูหราและความสบายระดับสูงสุด และ S350d ซึ่งเป็น S-Class รุ่นดีเซลบล็อกใหม่ ในปี 2025 Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำในตลาด รถหรูมือสอง และ รถยนต์พรีเมียมมือสอง ด้วยชื่อเสียงด้านคุณภาพและเทคโนโลยีที่ยังคงทันสมัย
Nissan ได้นำเสนอเทคโนโลยี Intelligent Mobility ด้วย Leaf รถยนต์ไฟฟ้า 100% (150 แรงม้า) ที่วิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน JC08) และ Note e-Power รถไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จมากเท่ารถ EV ทั่วไป ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน
สรุป: มรดกที่ยังคงมีคุณค่าในปี 2025
Motor Expo 2017 ไม่ใช่เพียงแค่งานแสดงรถยนต์ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงและทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน ในปี 2025 รถยนต์หลายรุ่นที่เปิดตัวหรือเป็นไฮไลต์ในงานครั้งนั้นยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด รถมือสอง สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถครอบครัว, รถ SUV, รถเก๋ง, รถกระบะ หรือแม้กระทั่ง รถยนต์พรีเมียมมือสอง และ รถหรูมือสอง ที่มี สมรรถนะรถยนต์ ดีเยี่ยม, ประหยัดน้ำมัน, ความทนทานสูง และ ค่าดูแลรถ ที่สมเหตุสมผล
การเลือกซื้อ รถมือสอง จากรุ่นที่เปิดตัวในปี 2017 จึงยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ด้วย เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ยังไม่ล้าสมัยเกินไป ความปลอดภัยรถยนต์ ที่ได้มาตรฐาน และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ยิ่งในยุคที่ความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามีความสำคัญ การให้โอกาสกับยานยนต์คุณภาพดีที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคในปี 2025 ได้อย่างลงตัว

