ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง การมองย้อนกลับไปในอดีตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อทำความเข้าใจรากฐานของนวัตกรรมที่เราเห็นในปัจจุบัน ปี 2017 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่งาน Motor Expo (มหกรรมยานยนต์) ได้นำเสนอแนวคิด “ยานยนต์ยุคใหม่ ฝันไกลที่กลายเป็นจริง” (New Age Vehicles.. A Distant Dream comes true) ซึ่งในเวลานั้นหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงภาพในจินตนาการ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 เรากลับพบว่าวิสัยทัศน์เหล่านั้นได้ผลิบานและเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปอย่างสิ้นเชิง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้มานานกว่าทศวรรษ ผมจะพาทุกท่านไปสำรวจงาน Motor Expo 2017 อีกครั้ง จากมุมมองของปัจจุบัน พร้อมวิเคราะห์ว่ารถยนต์และเทคโนโลยีที่ถูกนำเสนอในวันนั้น ได้เข้ามามีบทบาทและกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ไทยในวันนี้ได้อย่างไร
Motor Expo 2017: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
งาน Motor Expo 2017 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมของปีนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเวทีสำหรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มและทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่กำลังจะก้าวไปสู่ยุคแห่ง ยานยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยีอัจฉริยะ แม้ในขณะนั้น รถยนต์สันดาปภายในยังคงเป็นหัวใจหลักของตลาด แต่ประกายแห่งอนาคตก็เริ่มฉายชัดผ่านรถต้นแบบและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกบางรุ่น ที่ในวันนี้ได้กลายเป็นกระแสหลักและทางเลือกที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างล้นหลาม
การขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก: จากฝันสู่ความจริง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่งาน Motor Expo 2017 ได้นำเสนอ คือแนวคิดเรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles) และ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicles) แม้จะยังไม่แพร่หลายเท่าในปี 2025 แต่การปรากฏตัวของ Hyundai Ioniq Electric และ Nissan Leaf (พร้อมแนวคิด e-Power) ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าโลกกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันสู่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
Hyundai Ioniq Electric: ในปี 2017 Ioniq Electric ถูกนำมาจัดแสดงในฐานะรถต้นแบบและเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลีเมอร์ 28kWh วิ่งได้กว่า 250 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน JC08) ซึ่งในขณะนั้นถือว่าน่าประทับใจ แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ปี 2025 ที่รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นสามารถวิ่งได้เกิน 500-600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ก็แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Ioniq Electric จึงเป็นเหมือนผู้บุกเบิกที่จุดประกายให้เห็นถึงศักยภาพของ EV ในตลาดไทย
Nissan Leaf และ Note e-Power: Nissan ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Intelligent Mobility” ด้วยการนำ Leaf รถยนต์ไฟฟ้า EV ยอดนิยมระดับโลกมาจัดแสดง และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Nissan Note e-Power ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อโดยตรง โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น ในปี 2017 Note e-Power ประสบความสำเร็จอย่างสูงในญี่ปุ่น และแนวคิดนี้ได้ถูกนำมาต่อยอดในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ Nissan และแบรนด์อื่นๆ ในปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Nissan ได้มองเห็นเทรนด์ของ ความประหยัดน้ำมัน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดตั้งแต่เนิ่นๆ
ตลาดรถอเนกประสงค์: ความนิยมที่ไม่เคยจางหาย
ในปี 2017 ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม SUV, PPV (Pickup Passenger Vehicle) และ รถกระบะ ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของ อุตสาหกรรมยานยนต์ ไทย หลายค่ายต่างงัดไม้เด็ดมาประชันกัน:
Subaru XV โฉมใหม่ (2017): การเปิดตัว XV โฉมใหม่บนแพลตฟอร์ม Subaru Global Platform แสดงให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานด้านการขับขี่และความปลอดภัย ด้วยเครื่องยนต์ Boxer Direct Injection และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Subaru XV ได้รับความชื่นชมในเรื่องช่วงล่างที่หนึบแน่นและการขับขี่ที่มั่นใจได้ ซึ่งในวันนี้ รถครอสโอเวอร์ยังคงเป็นที่นิยมอย่างสูง แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
Mazda CX-5 เจเนอเรชันใหม่: Mazda ได้นำ CX-5 โฉมใหม่มาเปิดตัว พร้อมชูจุดเด่นด้านดีไซน์ KODO Design และเทคโนโลยี Skyactiv ที่เน้นทั้งสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ด้วยการปรับปรุงภายในให้กว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น CX-5 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด SUV ขนาดกลาง ความสำเร็จของ CX-5 ในปี 2017 ตอกย้ำปรัชญาของ Mazda ในการนำเสนอรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
MG ZS: จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ: การปรากฏตัวของ MG ZS ในปี 2017 เป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และที่สำคัญคือระบบ i-SMART สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยสำหรับรถในระดับราคาเดียวกันในเวลานั้น MG ZS ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ MG เข้ามามีบทบาทในตลาดรถยนต์ไทยอย่างจริงจัง และปูทางสู่การเป็นผู้เล่นหลักในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในปี 2025
Ford Ranger & Everest: Ford ยังคงแข็งแกร่งในตลาด รถกระบะ และ PPV ด้วย Ranger และ Everest ที่เป็นที่ยอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งและสมรรถนะ การนำเสนอ Ranger Wildtrak และ Everest Titanium เน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ของรถยนต์ที่พร้อมลุยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การผจญภัย
Isuzu D-Max & MU-X: Isuzu ยังคงเป็นเจ้าตลาด รถกระบะ อย่างเหนียวแน่น การเปิดตัว D-Max ไมเนอร์เชนจ์ที่มาพร้อมการปรับปรุงทั้งภายนอกและภายใน โดยเฉพาะการเพิ่มวัสดุนุ่มในหลายจุด ทำให้รถกระบะดูหรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น D-Max และ MU-X ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหา รถครอบครัว และรถใช้งานที่ทนทานและไว้ใจได้
ความหรูหราและสมรรถนะ: การประกาศศักดาของผู้ผลิตระดับโลก
งาน Motor Expo 2017 เป็นงานที่รวบรวมรถหรูและรถสปอร์ตสมรรถนะสูงจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงกำลังซื้อและรสนิยมที่หลากหลายของผู้บริโภคไทย
Aston Martin DB11: การจัดแสดง DB11 ทั้งรุ่น V12 และ V8 แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความหรูหราและ สมรรถนะรถยนต์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin การลดน้ำหนักตัวในรุ่น V8 เพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วในการขับขี่เป็นสิ่งที่นักเลงรถให้ความสนใจ
Audi: การกลับมาอย่างเต็มรูปแบบ: ภายใต้การดูแลของ Meister Technik, Audi Thailand ได้นำทัพรถยนต์หลากหลายรุ่นมาเปิดตัว ทั้ง A5 Sportback, A4 Avant, TTS และ R8 Coupe V10 ซึ่งถือเป็นซูเปอร์คาร์ตัวท็อปของค่าย การกลับมาของ Audi ในปี 2017 ถือเป็นการประกาศศักดาอย่างเต็มรูปแบบในตลาด รถหรู และสร้างสีสันให้กับการแข่งขันในกลุ่มพรีเมียม
BMW/MINI: นวัตกรรมและทางเลือกที่หลากหลาย: BMW ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ทั้ง 630d Gran Turismo M Sport ที่มาแทน 5 Series GT เดิม, X3 xDrive20d Highline และที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ 530e Plug-in Hybrid ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมาของ รถยนต์ไฮบริด และ PHEV ที่จะกลายเป็นมาตรฐานในอนาคตอันใกล้ M Models และ i8 สีใหม่ๆ ก็ยังคงดึงดูดสายตาผู้ที่ชื่นชอบ สมรรถนะรถยนต์ ขั้นสูง
Mercedes-Benz: สุดยอดแห่งความหรูหราและสปอร์ต: Mercedes-Benz สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเปิดตัว Mercedes-AMG GT C Roadster และ GT R สองซูเปอร์คาร์ที่ถอดแบบมาจากสนามแข่งพร้อม สมรรถนะรถยนต์ อันดุดัน นอกจากนี้ ยังมี Maybach S560 Premium ที่มอบความหรูหราเหนือระดับ และ S350d ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียงบล็อกใหม่ล่าสุด ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอสุดยอดแห่งยนตรกรรมในทุกเซกเมนต์ ทั้งความหรูหรา สปอร์ต และ นวัตกรรมยานยนต์
Maserati: หรูหรา สปอร์ต สไตล์อิตาเลียน: Maserati นำเสนอ Levante S GranSport, Ghibli, Quattroporte และ GranTurismo ซึ่งเป็นรถสปอร์ต GT ที่ยังคงได้รับความนิยม การมาของ Levante S GranSport SUV ตัวแรง แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของแบรนด์รถหรูเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป
Porsche/Bentley: ยกระดับมาตรฐานยานยนต์: Porsche เปิดตัว All New Cayenne S, Panamera Sport Turismo, Panamera Executive และ 911 Carrera GTS ซึ่งล้วนเป็นรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาให้มี สมรรถนะรถยนต์ ที่ยอดเยี่ยมขึ้น และนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ ล้ำสมัย เช่น ระบบเลี้ยวล้อหลังใน Cayenne สำหรับ Bentley ก็ได้มีการปรับโครงสร้างราคาใหม่ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราเหนือระดับ
Hyundai H1 Touring 2018: MPV ยอดนิยมตลอดกาล
แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ ในงาน Motor Expo ที่เน้นรถใหม่ แต่รถอย่าง Hyundai H1 Touring 2018 ที่เปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ไม่อาจมองข้าม ในปี 2017-2018 H1 กลายเป็นรถ MPV ที่ไร้คู่แข่ง ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและ การใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ รถครอบครัว ขนาดใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการรถสำหรับการเดินทางที่เน้น ความสะดวกสบาย
H1 Touring 2018 โดดเด่นด้วย:
ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัว: ขนาดตัวรถใหญ่โออ่า ภายในกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถหมุนได้ 180 องศา เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
ฟังก์ชันครบครัน: ไฟตัดหมอก, กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว LED, กล้องมองหลังพร้อม Bird’s Eye View (ในรุ่น Deluxe), ระบบไฟหน้านำทาง เป็นต้น อุปกรณ์เหล่านี้ในสมัยนั้นถือว่าให้มาอย่างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
ความปลอดภัยที่เชื่อถือได้: ระบบเบรก ABS, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยครบทุกที่นั่ง, สัญญาณกันขโมย และโครงสร้างตัวถังนิรภัย Four Rings ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับการเดินทางของ รถครอบครัว
ขุมพลังดีเซลที่ตอบสนองดี: เครื่องยนต์ดีเซล A2 2.5 ลิตร CRDi DOHC 16 Valve VGT 175 แรงม้า แรงบิด 441 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ตอบสนองได้อย่างทันใจและคล่องตัว รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.6 เมตร ทำให้รถ MPV ขนาดใหญ่นี้มีความคล่องตัวเกินคาด
ในวันนี้ปี 2025 แม้ Hyundai H1 จะไม่มีรุ่นใหม่แล้ว แต่ชื่อชั้นของ H1 และ Grand Starex ยังคงเป็นที่พูดถึงในตลาด รถครอบครัวมือสอง ด้วยความทนทานและค่าบำรุงรักษาที่ไม่สูงนัก ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา MPV ขนาดใหญ่ในงบประมาณที่คุ้มค่า
Toyota Vios 2017: คุ้มค่าน่าซื้อในตลาดรถมือสอง 2025
หนึ่งในรถยนต์ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด รถยนต์มือสอง ของประเทศไทย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม คือ Toyota Vios และรุ่นปี 2017 ไมเนอร์เชนจ์ คือหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2025 ด้วยเหตุผลที่ว่า Vios 2017 ยังคงเป็นรถเก๋งซีดาน B-Segment ที่ให้ความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว
ความน่าเชื่อถือและความทนทาน: Toyota Vios ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ไม่จุกจิก และค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้เป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้สำหรับ ซื้อรถยนต์มือสอง
ดีไซน์ที่ทันสมัย: แม้จะเป็นรถปี 2017 แต่การออกแบบภายใต้แนวคิด “Keen Look” ที่เน้นความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว ด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ทำให้ Vios 2017 ยังคงดูทันสมัยไม่ตกยุค
ขุมพลัง Dual VVT-i และเกียร์ CVT: เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Dual VVT-i ให้ ความประหยัดน้ำมัน ที่โดดเด่น (17-19 กม./ลิตร) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้ดีเยี่ยม
ความปลอดภัยที่เหนือกว่า: จุดเด่นสำคัญคือการติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว (VSC – Vehicle Stability Control) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC – Traction Control System) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน “ทุกรุ่นย่อย” ซึ่งถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมากสำหรับรถในระดับเดียวกันในยุคนั้น ฟีเจอร์เหล่านี้ยังคงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับการขับขี่ในปี 2025 เพื่อ การขับขี่ปลอดภัย
ตลาดซื้อง่ายขายคล่อง: การเป็นรถตลาดทำให้ Vios 2017 มีราคาขายต่อที่ดีและหาผู้ซื้อต่อได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์คันแรก หรือ รถครอบครัว ขนาดเล็กที่ไว้ใจได้
บทสรุป: ฝันที่กลายเป็นจริง
งาน Motor Expo 2017 เป็นดั่งหน้าต่างที่เปิดไปสู่อนาคตของ อุตสาหกรรมยานยนต์ ในปี 2025 ที่เราอยู่ในปัจจุบัน หลายสิ่งที่เคยเป็น “ฝันไกล” ในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด เทคโนโลยีรถยนต์ อัจฉริยะในห้องโดยสาร หรือแม้แต่แนวคิดของ การขับขี่ปลอดภัย ที่เน้นระบบช่วยขับขี่ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว
การมองย้อนกลับไป ทำให้เราเห็นถึงวิวัฒนาการอันรวดเร็วของยานยนต์ และความมุ่งมั่นของผู้ผลิตในการนำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังก้าวล้ำนำหน้าเทรนด์โลก การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น และเราคงต้องจับตาดูต่อไปว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดรถยนต์ไทย จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกบ้าง

