ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการรถยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของแบรนด์ Lexus นับตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเขาเข้ามาพลิกโฉมวงการรถยนต์หรู จากวันแรกที่ Lexus ES ซาลูนขนาดกลางถือกำเนิดขึ้นในปี 1989 เคียงข้างเรือธงอย่าง Lexus LS ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านความประณีตและความน่าเชื่อถือ จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสมที่ทะลุ 21.8 ล้านคัน ผมมองว่านี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามอบให้
สำหรับตลาดประเทศไทย Lexus ES ได้สร้างความรู้จักและผูกพันกับผู้บริโภคมาตั้งแต่ปี 1994 ในฐานะรถยนต์ซีดานผู้บริหารที่มอบความสะดวกสบายเหนือระดับและความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด วันนี้ในปี 2025 เรากำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีก้าวล้ำ นวัตกรรมขับเคลื่อนโลก และความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญ Lexus ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับนำเสนอ ES และ UX สองรุ่นสำคัญที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์หรูของไทยที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
Lexus ES 2025: ซีดานหรูแห่งอนาคตที่เข้าใจทุกมิติของความสำเร็จ
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Lexus ES ยังคงยืนหยัดในฐานะสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความสง่างาม แต่สำหรับปี 2025 ES ได้รับการปรับโฉมให้มีความสดใหม่และล้ำสมัยยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการมากกว่าแค่สถานะทางสังคม พวกเขามองหานวัตกรรมที่หลอมรวมกับความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อ และยังคงเอกลักษณ์ของงานฝีมือแบบญี่ปุ่นไว้อย่างครบถ้วน
งานออกแบบที่สะท้อนอารมณ์และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล
ภายนอกของ Lexus ES ปี 2025 ได้รับการยกระดับการออกแบบ “Emotional Design” ให้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิม กระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ได้ถูกปรับแต่งให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีมิติมากขึ้น ผสานกับไฟหน้า Ultra Compact 3-Eye LED ที่ไม่เพียงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม แต่ยังเป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงความล้ำสมัย เส้นสายด้านข้างของตัวรถถูกออกแบบให้มีความสปอร์ตและไดนามิกมากขึ้น พร้อมไฟท้าย LED รูปตัว L ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางประสิทธิภาพสูงขนาด 235/45 R18 เพิ่มความมั่นใจในการยึดเกาะถนน นอกจากนี้ ฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าพร้อมเซ็นเซอร์เท้า ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน
แพลตฟอร์ม GA-K: หัวใจของสมรรถนะและความปลอดภัย
Lexus ES 2025 ยังคงสร้างบนแพลตฟอร์ม GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตัวรถมีมิติที่สมดุลและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีขนาดความยาว 4,975 มม. ความกว้าง 1,865 มม. และความสูง 1,445 มม. พร้อมระยะฐานล้อที่กว้างขวางถึง 2,870 มม. ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ภายในที่โปร่งสบาย และที่สำคัญคือจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือออกต่างจังหวัด แพลตฟอร์มนี้ยังรองรับการติดตั้งระบบช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบนด้านหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ES มอบทั้งการยึดเกาะถนนที่เป็นเลิศ และยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus
ห้องโดยสารที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล
ก้าวเข้าสู่ภายในของ Lexus ES 2025 คุณจะสัมผัสได้ถึงการหลอมรวมของงานฝีมืออันประณีตกับเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งอนาคต วัสดุหนังแท้เกรดพรีเมียมถูกตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมลายไม้ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน มีตัวเลือกโทนสีภายในที่หลากหลาย ทั้งสีดำสุดคลาสสิก หรือสีน้ำตาล Topaz ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา แผงหน้าปัดและคอนโซลกลางได้รับการออกแบบให้คล้ายคลึงกับ Lexus LS รุ่นพี่ แต่มีความทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมระบบความบันเทิงและข้อมูลที่แสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว และ 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ Wireless Charger สำหรับสมาร์ทโฟนก็ถูกจัดวางอย่างลงตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการการเชื่อมต่อตลอดเวลา
ขุมพลัง Hybrid เจเนอเรชันที่ 5: ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับ Lexus ES 300h ปี 2025 ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Hybrid ด้วยขุมพลังเบนซิน Hybrid เจเนอเรชันที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS VVT-iE ให้กำลัง 178 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิด 221 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน ระบบจะส่งกำลังสูงสุดถึง 218 แรงม้า ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ให้ราบรื่นยิ่งขึ้น มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและลดการปล่อยมลพิษ ตอบรับเทรนด์ความยั่งยืนในยุคปัจจุบัน นี่คือ “รถยนต์ประหยัดน้ำมัน” ที่ไม่ทิ้งความแรง และยังตอบโจทย์ผู้ที่มองหา “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ใช้งานได้จริง
ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ เจเนอเรชันที่ 3: อุ่นใจทุกการเดินทาง
Lexus ES 2025 มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Lexus Safety System+ เจเนอเรชันที่ 3 ที่ได้รับการพัฒนาให้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ประกอบด้วย:
ระบบป้องกันก่อนการชน (Pre-Collision System): ตรวจจับวัตถุและคนเดินเท้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของการชน
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Adaptive High Beam): ปรับการทำงานของไฟหน้าให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรและถนน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยโดยไม่รบกวนผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น
ระบบช่วยรักษาช่องทางการวิ่ง (Lane Keeping Assist) พร้อมระบบ Lane Tracing Assist: ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนได้อย่างแม่นยำ และลดภาระของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกล
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control) แบบ All-Speed: รักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม แม้ในสภาวะการจราจรติดขัด
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบสัญญาณเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert): เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและถอยจอดได้อย่างมั่นใจ
และถุงลมนิรภัยรอบคันถึง 10 จุด ที่พร้อมปกป้องผู้โดยสารทุกคน
Lexus ES ปี 2025 ไม่เพียงเป็นรถยนต์ แต่เป็นภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ความมุ่งมั่นในคุณภาพ และความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้งานที่แท้จริง
Lexus UX 2025: ครอสโอเวอร์พรีเมียมสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองแห่งอนาคต
หาก Lexus ES คือซีดานที่สะท้อนความสำเร็จ Lexus UX คือตัวแทนของคนเมืองยุคใหม่ ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความคล่องตัว และรสนิยมที่ไม่เหมือนใคร ในปี 2025 ตลาดครอสโอเวอร์คอมแพกต์ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม “ครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดเล็ก” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา และ Lexus UX ก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แรงบันดาลใจจาก “นักสำรวจเมืองสมัยใหม่”
เบื้องหลังการพัฒนา Lexus UX คือวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของ คุณ Chika Kako หัวหน้าวิศวกรหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของ Toyota/Lexus เธอต้องการสร้างรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่สร้าง “คุณค่าทางความรู้สึก” (Emotional Value) และยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตของเจ้าของ นี่คือแนวคิดที่ยังคงแข็งแกร่งใน UX ปี 2025 ที่ยังคงมุ่งเป้าไปที่ “นักสำรวจเมืองสมัยใหม่” ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่ต้องการความสดใหม่ มีไดนามิก และเน้นคุณภาพการขับขี่ไปพร้อมกับความหรูหรา พวกเขาอาจเป็นเจ้าของรถยนต์ Premium คันแรก และ Lexus UX ถูกออกแบบมาเพื่อ “เปลี่ยนชีวิต” ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
งานออกแบบที่โดดเด่นและแอโรไดนามิก
Lexus UX ปี 2025 ยังคงโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัย ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Drag Coefficient) Cd 0.33 แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในหลักแอโรไดนามิก ไฟหน้าแบบ Bi-LED หรือ Premium Triple Beam LED 3 ดวง มอบแสงสว่างคมชัดและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้า Spindle Grille ของ UX มีลวดลายที่แตกต่างจาก ES ให้ความรู้สึกสปอร์ตและมีมิติมากขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ลู่ลมที่เชื่อมต่อกันตลอดแนว ช่วยเพิ่มความโดดเด่นยามค่ำคืน และยังมีครีบรีดอากาศบริเวณด้านบนที่ไหลผ่านเสาหลังคา C-Pillar ไปด้วย เพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกได้อย่างชาญฉลาด เส้นสายตัวถังด้านข้างที่ถูกดัดเป็นกลีบโค้ง เสริมด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำบริเวณซุ้มล้อทั้งสี่ เพิ่มบุคลิกที่ทะมัดทะแมงตามแบบฉบับครอสโอเวอร์
แพลตฟอร์ม TNGA-C ที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับปี 2025
Lexus UX 2025 สร้างบนพื้นฐานแพลตฟอร์ม TNGA-C (Toyota New Global Architecture – Compact) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Toyota C-HR แต่สำหรับ UX นั้น มีการเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยี Laser Screw Welding และการใช้กาวเชื่อมตัวถังในปริมาณที่มากกว่า เพื่อเพิ่มความแกร่งและความทนทาน นอกจากนี้ ชิ้นส่วนตัวถังหลายจุด เช่น บานประตู ฝากระโปรงหน้า และโครงสร้างฝาท้าย ยังคงใช้วัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ผสานกับเหล็ก High-Tensile Steel ในโครงสร้างหลักและเสา A-Pillar และ B-Pillar เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้ UX มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า C-HR ถึง 10 มิลลิเมตร มอบการควบคุมที่เฉียบคมและแม่นยำยิ่งขึ้น
มิติที่ลงตัวสำหรับชีวิตเมือง
ด้วยความยาว 4,495 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,520 – 1,540 มม. และระยะฐานล้อ 2,640 มม. Lexus UX ปี 2025 มีขนาดที่พอเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่กะทัดรัด (5.2 – 5.6 เมตร) ทำให้การเลี้ยวและถอยจอดเป็นเรื่องง่ายดาย Ground Clearance 160 มิลลิเมตร ก็ช่วยให้มั่นใจได้เมื่อต้องเผชิญกับสภาพถนนที่ไม่ราบเรียบ
ห้องโดยสารที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
การเข้า-ออกจากห้องโดยสารด้านหน้าของ UX ทำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยช่องประตูที่กว้างขวาง และที่น่าประทับใจคือการออกแบบชายล่างของบานประตูให้คลุมทับเสากรอบประตูลงไปถึงด้านล่าง ทำให้ขากางเกงหรือกระโปรงไม่เปื้อนสิ่งสกปรก ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจในปรัชญา Omotenashi (การต้อนรับอย่างอบอุ่น) ของ Lexus เบาะนั่งคู่หน้าได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมการปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางและหน่วยความจำสำหรับฝั่งคนขับ มอบความสบายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้หรือไกล
ภายในของ UX 2025 โดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดที่หรูหราพร้อมตัวเลือกการตกแต่งด้วย WASHI Texture Dashboard ที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าโบราณของญี่ปุ่น เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและเป็นเอกลักษณ์ ช่องแอร์ที่สามารถปรับทิศทางลมด้วยระบบมือหมุนพร้อมไฟ Illumination แบบ Wireless! เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สร้างความประทับใจ พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังอย่างดีพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบมัลติมีเดียและ Adaptive Cruise Control ชุดมาตรวัดดิจิทัลได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LF-A สามารถเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ พร้อม Head-Up Display (HUD) ที่แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
ระบบ Infotainment ควบคุมผ่าน Remote Touch Pad เวอร์ชันใหม่ที่แม่นยำและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอมอนิเตอร์สีขนาด 10.3 นิ้ว (Wide Screen) แสดงผลระบบนำทาง GPS, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และชุดเครื่องเสียงพรีเมียม Mark Levinson 13 ลำโพง ที่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม
ขุมพลังที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ (อัปเดตสำหรับปี 2025)
สำหรับ Lexus UX ปี 2025 มีตัวเลือกขุมพลังที่ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติมเข้ามา เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดและเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า:
UX 200 (เบนซิน): ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ตอบสนองดี ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,987 ซีซี รหัส M20A-FKS ที่ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า และแรงบิด 205 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift CVT ใหม่ ที่มีการออกแบบเกียร์ 1 ให้เป็นแบบล็อกตายตัว มอบสัมผัสการออกตัวที่คล้ายเกียร์ปกติ ช่วยให้การขับขี่ในเมืองเป็นไปอย่างคล่องตัวและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
UX 250h (Hybrid): ขุมพลัง Hybrid เจเนอเรชันที่ 5 ที่ได้รับการยกระดับประสิทธิภาพ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,987 ซีซี รหัส M20A-KXS ที่มีกำลังอัดสูงขึ้นและเปลี่ยนมาใช้ Atkinson Cycle พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 178 แรงม้า มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง แต่ยังคงประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่เป็นเลิศ มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ e-Four ALL WHEEL DRIVE ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและเสถียรภาพในการขับขี่ โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ลื่นหรือเมื่อต้องการอัตราเร่งอย่างฉับพลัน
UX 300e (Electric Vehicle – EV): นี่คือไฮไลต์สำคัญสำหรับ UX ในปี 2025! Lexus ได้ก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวด้วย UX 300e ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% มอบการขับขี่ที่เงียบสงบ ไร้มลพิษ และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ แบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และมอบระยะทางวิ่งที่ยาวนานขึ้น พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว (DC Fast Charging) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่พร้อมสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและเดินทางไกลได้มากขึ้น UX 300e ไม่เพียงเป็น “รถยนต์รักษ์โลก” แต่ยังเป็น “รถยนต์เชื่อมต่อ” ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ
ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ เจเนอเรชันที่ 3 สำหรับ UX
Lexus UX 2025 ยังคงมาพร้อมกับชุดระบบความปลอดภัยเชิงรุก Lexus Safety System+ เจเนอเรชันที่ 3 ที่ครบครันเช่นเดียวกับ ES เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่:
ระบบควบคุมความเร็วคงที่อัตโนมัติแบบแปรผัน (All-Speed Dynamic Radar Cruise Control)
ระบบเตือนก่อนการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติและระบบตรวจจับผู้สัญจรบนทางเท้า (Pre-Collision System)
ระบบช่วยรักษาช่องทางการวิ่งและแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (Lane Keep Assist with Lane Tracing Assist)
ระบบแจ้งเตือนป้ายบอกทาง (Road Sign Assist)
ชุดไฟหน้าพร้อมไฟสูงแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive High-beam System)
ระบบช่วยเหลือขณะเข้าจอดพร้อมระบบเตือนเมื่อมีพาหนะตัดท้ายรถ (Parking Support Alert with Rear Cross Traffic Alert)
พร้อมถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง และโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ
Lexus ในประเทศไทย ปี 2025: วิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่น
สำหรับตลาด “รถยนต์หรูในไทย” ในปี 2025 Lexus ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย แต่ยังคงให้ความสำคัญกับปรัชญา Omotenashi ในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบรถยนต์ไปจนถึง “บริการหลังการขาย” ที่เป็นเลิศ Lexus ES และ UX คือตัวอย่างที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความยั่งยืนและการเชื่อมต่อกลายเป็นสิ่งจำเป็น การเข้ามาของ “รถยนต์ไฟฟ้า” อย่าง UX 300e และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี “ไฮบริด” ใน ES 300h และ UX 250h แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของ Lexus ในการเป็นผู้นำด้าน “รถยนต์พรีเมียม” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Lexus กำลังสร้างสรรค์อนาคตที่รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่เข้าใจความต้องการของผู้คน สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวไปข้างหน้า
เปิดประสบการณ์แห่งอนาคตกับ Lexus
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยืนยันว่า Lexus ES และ UX ปี 2025 ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมากกว่าแค่รถยนต์พรีเมียมทั่วไป ด้วยการผสมผสานงานฝีมืออันประณีต นวัตกรรมล้ำสมัย ความมุ่งมั่นในความยั่งยืน และความเข้าใจในความต้องการของผู้ขับขี่อย่างลึกซึ้ง หากคุณกำลังมองหานิยามใหม่ของความหรูหราที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ผมขอเชิญชวนให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครกับ Lexus ทั้ง ES และ UX ที่โชว์รูม Lexus ใกล้บ้านคุณวันนี้ เพื่อค้นพบว่าเหตุใด Lexus จึงเป็นทางเลือกที่โดดเด่นในตลาดรถยนต์หรูระดับโลก
อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งยานยนต์พรีเมียม สัมผัสความแตกต่างที่ Lexus มอบให้ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีสไตล์และมั่นใจกับ “รถยนต์เล็กซัส” คู่ใจของคุณในปี 2025 และตลอดไป

