ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง Lexus ได้ตอกย้ำสถานะของตนในฐานะผู้นำด้านความหรูหรา ความประณีต และเทคโนโลยีอันก้าวล้ำมาอย่างยาวนาน สำหรับปี 2025 นี้ Lexus ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้าผู้มีวิสัยทัศน์ ในฐานะผู้คลุกคลีในวงการกว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตและสัมผัสถึงปรัชญาการออกแบบและวิศวกรรมของ Lexus ที่หลอมรวม “Omotenashi” (จิตวิญญาณแห่งการบริการอันไร้ที่ติของญี่ปุ่น) เข้ากับการสร้างสรรค์ยานยนต์ระดับโลกอย่างแท้จริง
วันนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงสองรุ่นสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของ Lexus ในตลาดประเทศไทยและทั่วโลก นั่นคือ Lexus ES สปอร์ตซีดานระดับผู้บริหารที่เปี่ยมด้วยความสง่างาม และ Lexus UX คอมแพกต์ครอสโอเวอร์สำหรับคนเมืองยุคใหม่ ที่จะเข้ามานิยามคำว่า “รถยนต์พรีเมียม” ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
Lexus ES: สัญลักษณ์แห่งความหรูหราที่ไร้กาลเวลา สู่ปี 2025
Lexus ES ไม่ได้เป็นเพียงตำนานที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1989 ด้วยยอดขายสะสมกว่า 21.8 ล้านคันทั่วโลก แต่ยังคงเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ซีดานหรูขนาดกลางอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี 2025 โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ Lexus ES ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่ปี 1994 จากความโดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับและความประณีตในทุกรายละเอียด ปัจจุบัน Lexus ES เจเนอเรชั่นที่ 7 ที่ปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง ยังคงยืนหยัดเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่และผู้ที่มองหาสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะอันทรงพลังและความหรูหราที่ไร้ที่ติ
ดีไซน์ที่เหนือกว่า: อารมณ์และความสปอร์ตที่ผสานกันอย่างลงตัว
ในปี 2025 การออกแบบของ Lexus ES ยังคงสะท้อนถึงปรัชญา “Emotional Value” ที่ Lexus ต้องการจะสื่อถึงผู้ขับขี่ ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวแต่แข็งแกร่ง ให้ความรู้สึกสปอร์ตและร่วมสมัยยิ่งขึ้น กระจังหน้า Spindle Grill ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ยังคงเป็นจุดเด่นที่สะดุดตา เสริมด้วยไฟหน้า Ultra Compact 3-Eye LED ที่มอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมและรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว เส้นสายด้านข้างที่ลากยาวต่อเนื่องจรดไฟท้ายแบบ LED รูปตัว L ที่ได้รับการออกแบบให้คล้ายคลึงกับรุ่นพี่อย่าง Lexus LS ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดแห่งความหรูหรา พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว ที่ช่วยเสริมบุคลิกอันโดดเด่นและสมบูรณ์แบบให้กับ ES ในทุกมิติ การเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายด้วยระบบไฟฟ้ายังเป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายที่ Lexus มอบให้ผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล
สถาปัตยกรรมยานยนต์: พื้นฐานที่แข็งแกร่งเพื่อการขับขี่เหนือระดับ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lexus ES ยังคงเป็นผู้นำด้านประสบการณ์การขับขี่ในปี 2025 คือแพลตฟอร์ม GA-K (Global Architecture-K Platform) ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวรถมีมิติที่ใหญ่ขึ้น (ความยาว 4,975 มม. ความกว้าง 1,865 มม. ความสูง 1,445 มม. และระยะฐานล้อ 2,870 มม.) แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังและลดจุดศูนย์ถ่วง ทำให้ Lexus ES มีเสถียรภาพในการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม เกาะถนนได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ และยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ที่หาใครเทียบได้ยาก การออกแบบโครงสร้างที่ใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ES มอบความรู้สึกปลอดภัยและความสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร
ห้องโดยสาร: อาณาจักรส่วนตัวที่หรูหราและเชื่อมโยงถึงกัน
ก้าวเข้าสู่ภายในของ Lexus ES คุณจะพบกับงานฝีมือที่รังสรรค์อย่างประณีตสะท้อนถึงคำว่า “รถยนต์พรีเมียม” ได้อย่างแท้จริง การตกแต่งด้วยวัสดุหนังแท้ชั้นเยี่ยมผสานกับลายไม้คุณภาพสูง มีให้เลือกทั้งโทนสีดำ Black และสีน้ำตาล Topaz สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหรา แผงหน้าปัดที่ได้รับการออกแบบให้คล้ายคลึงกับรุ่น Lexus LS แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดและยกระดับประสบการณ์การใช้งาน หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว และ 8 นิ้ว ที่รองรับระบบความบันเทิงและข้อมูลการขับขี่อย่างครบครัน ทำให้การเชื่อมต่อและควบคุมต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย และสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตติดสมาร์ทโฟน Lexus ES ก็พร้อมตอบโจทย์ด้วยที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger) ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานในรถยนต์ระดับหรูของปี 2025
ขุมพลังไฮบริด: ประสิทธิภาพและความเงียบสงบเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
Lexus ES300h ยังคงเป็นหัวหอกสำคัญ ด้วยขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ได้รับการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือชั้น พร้อมความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นในปี 2025 เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS VVT-iE ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิด 221 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า เมื่อทำงานผสานกัน ระบบจะมอบกำลังสูงสุดถึง 218 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของช่วงล่างหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบนใหม่ล่าสุด ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่เหนือชั้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้การขับขี่ Lexus ES เป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
เทคโนโลยีความปลอดภัย: มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานสูงสุด
Lexus ไม่เคยประนีประนอมในเรื่องความปลอดภัย และ Lexus ES คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจน ด้วยการติดตั้งระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับปี 2025 ระบบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์เสริม แต่เป็นเครือข่ายความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ได้แก่:
ระบบป้องกันก่อนการชน (Pre-Crash Safety System): ตรวจจับวัตถุ คนเดินเท้า และจักรยาน (ในเวลากลางวัน) เพื่อลดความเสี่ยงจากการชน
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Adaptive High Beam): ปรับการทำงานของไฟหน้าเพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุดโดยไม่รบกวนรถคันอื่น
ระบบช่วยรักษาช่องทางการวิ่ง (Lane Keeping Assist) พร้อม Lane Tracing Assist: ช่วยประคองรถให้อยู่ในช่องทางและแจ้งเตือนเมื่อรถเริ่มออกนอกเลน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control) แบบ All-Speed: รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและปรับความเร็วอัตโนมัติ ตั้งแต่ความเร็วต่ำจนถึงสูง
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor – BSM): แจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
ระบบสัญญาณเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert – RCTA): เพิ่มความปลอดภัยในการถอยจอดด้วยการตรวจจับรถที่เคลื่อนที่มาจากด้านข้างด้านหลัง
ถุงลมนิรภัย 10 จุดรอบคัน: มอบการปกป้องสูงสุดในกรณีที่เกิดการชน
ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ Lexus ES จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราที่ตอบสนองความต้องการด้านสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงสุดในยุคปัจจุบัน
Lexus UX: นิยามใหม่ของ Urban Premium ในยุคดิจิทัล สำหรับปี 2025
เมื่อพูดถึงรถยนต์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ Lexus UX คือคอมแพกต์ครอสโอเวอร์ที่เข้ามาพลิกโฉมวงการด้วยแนวคิด “Urban + X-over” (Crossover) ที่ผสานสุนทรียะแห่งดีไซน์เข้ากับนวัตกรรมยานยนต์ได้อย่างลงตัว ในปี 2025 Lexus UX ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสดใหม่ ร่วมสมัย และ Dynamic ไปพร้อมกับการขับขี่ที่หรูหรา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ คนโสดที่ใช้ชีวิตในเมือง หรือครอบครัวขนาดเล็กที่มองหารถยนต์พรีเมียมคันแรก
เบื้องหลังความสำเร็จ: วิสัยทัศน์ของวิศวกรหญิงผู้บุกเบิก
เรื่องราวของ Lexus UX จะไม่สมบูรณ์หากไม่กล่าวถึง Chika Kako หัวหน้าวิศวกรหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของ Toyota/Lexus ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการยานยนต์และวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้น “คุณค่าทางความรู้สึก” (Emotional Value) เธอต้องการสร้างรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถ “เปลี่ยนแปลงชีวิต” ของผู้ครอบครองให้ดีขึ้นได้ Chika Kako และทีมงานได้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง โดยเน้นที่ “นักสำรวจเมืองสมัยใหม่” (Modern Urban Explorer) ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งมักจะแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ แต่ยังคงต้องการการเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง วิสัยทัศน์นี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Lexus UX ยังคงโดดเด่นและเป็นที่ต้องการในตลาดปี 2025
นวัตกรรมวิศวกรรม: แพลตฟอร์ม TNGA-C และความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า
Lexus UX เป็นรถยนต์ Lexus รุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานแพลตฟอร์ม TNGA-C (Toyota New Global Architecture – Compact) ซึ่งแม้จะใช้ร่วมกับ Toyota C-HR และ All New Corolla Altis แต่ใน Lexus UX แพลตฟอร์มนี้ได้รับการปรับแต่งและเสริมความแข็งแกร่งอย่างมีนัยยะสำคัญเพื่อสมรรถนะระดับพรีเมียมของ Lexus ความแตกต่างที่สำคัญ ได้แก่:
โครงสร้างที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น: เพื่อรองรับเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและการขับขี่ที่ต้องการความแม่นยำ
เทคโนโลยี Laser Screw Welding: การเชื่อมโครงสร้างตัวถังด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สงวนไว้สำหรับ Lexus เท่านั้น ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของรอยต่อ
การใช้กาวโครงสร้างในปริมาณที่มากกว่า: เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของตัวถังและความเงียบในห้องโดยสาร
วัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบา: ในส่วนของบานประตู ฝากระโปรงหน้า แก้มตัวถัง และโครงสร้างฝาท้าย ช่วยลดน้ำหนักรวมและเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
เหล็กกล้าแรงดึงสูง (High-Tensile Steel): ในบริเวณเสา A-Pillar, B-Pillar และโครงสร้างห้องเครื่องยนต์ เพื่อการปกป้องสูงสุดในการชน
จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า: ด้วยการปรับปรุงหลายจุด ทำให้ UX มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่า C-HR ถึง 10 มิลลิเมตร ส่งผลให้การควบคุมรถมีความแม่นยำและตอบสนองได้ดีเยี่ยม
ด้วยมิติตัวถังที่เหมาะสมสำหรับคนเมือง (ยาว 4,495 มม., กว้าง 1,840 มม., สูง 1,520 – 1,540 มม., ระยะฐานล้อ 2,640 มม.) และ Ground Clearance ที่ 160 มม. Lexus UX จึงเป็นรถยนต์ที่คล่องตัว สามารถพาคุณลัดเลาะไปในทุกเส้นทางของเมืองได้อย่างมีสไตล์และมั่นใจ
ดีไซน์ที่ดึงดูดใจ: ฟังก์ชันที่ผสมผสานความงาม
ในปี 2025 การออกแบบภายนอกของ Lexus UX ยังคงสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ด้วยเส้นสายที่ลู่ลม (ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ Cd 0.33) และรายละเอียดที่สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีต ไฟหน้าแบบ Bi-LED หรือ Premium Triple Beam LED 3 ดวงในโคมเดียวกัน มอบรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและประสิทธิภาพการส่องสว่างที่เหนือชั้น กระจังหน้า Spindle Grill ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีลวดลายแบบสามมิติ (3D) ที่ซับซ้อนและน่าหลงใหล ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ตาม ชุดไฟท้ายแบบยาวต่อเนื่องตลอดแนวท้ายรถ ไม่เพียงแต่เป็นเอกลักษณ์ที่จดจำง่าย แต่ยังทำหน้าที่เป็นครีบรีดอากาศ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่อีกด้วย
หนึ่งในรายละเอียดที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญชื่นชอบและมองว่าเป็น “การออกแบบอันชาญฉลาด” ที่คู่แข่งหลายรายยังขาดไป คือการออกแบบบานประตูด้านนอกให้มีชายล่างคลุมทับเสากรอบประตูลงมาจนถึงด้านล่าง ซึ่งหมายความว่าเมื่อคุณก้าวเข้าหรือออกจากรถ ขากางเกงหรือกระโปรงของคุณจะไม่เปื้อนฝุ่นโคลนที่อาจเกาะอยู่บริเวณชายล่างของรถเลยแม้แต่น้อย นี่คือความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างในประสบการณ์การใช้งานจริง
ห้องโดยสาร: พื้นที่แห่งความหรูหราส่วนตัวและการเชื่อมต่อที่เหนือกว่า
ภายในห้องโดยสารของ Lexus UX ได้รับการออกแบบให้เป็น “อาณาจักรส่วนตัว” ของผู้ขับขี่ ด้วยการตกแต่งที่เน้นความหรูหราและสัมผัสที่พรีเมียม สามารถเลือกใช้วัสดุได้หลากหลาย ทั้งผ้า Alcantara หรือหนังแท้ล้วนๆ พร้อมโทนสีภายในที่น่าดึงดูด อาทิ สีดำ สี Cobalt สีขาว White Ash สีเบจ Rich Creme และสีส้ม Ochre รวมถึงสีแดงพิเศษสำหรับรุ่น F Sport แผงหน้าปัดออกแบบให้เอียงเข้าหาผู้ขับขี่เล็กน้อย เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายสูงสุด ในบางรุ่นยังสามารถเลือกตกแต่งด้วย WASHI Texture Dashboard ซึ่งมีลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้า Washi โบราณของญี่ปุ่น เพิ่มความประณีตแบบตะวันออก ช่องแอร์ที่สามารถปรับทิศทางลมด้วยระบบมือหมุนพร้อมไฟ Illumination แบบ Wireless! ที่ซ่อนอยู่ภายใน แสดงถึงการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังอย่างดี ให้ความกระชับมือและสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และระยะใกล้-ห่างได้ พร้อมสวิตช์ควบคุมระบบมัลติมีเดียและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (All-Speed Dynamic Radar Cruise Control) ชุดมาตรวัดดิจิทัลที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LF-A V10 สามารถเปลี่ยนการแสดงผลตามโปรแกรมการขับขี่ และมีระบบ Head-Up Display (HUD) ที่แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้ารถ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน จอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว หรือ 10.3 นิ้ว (Wide Screen) รองรับระบบนำทาง GPS, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และชุดเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Panasonic หรือ Mark Levinson 13 ลำโพง ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างละเอียดเพื่อประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบสูงสุด พร้อมระบบควบคุม Remote Touch Pad เวอร์ชันใหม่ที่แม่นยำและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
เบาะนั่งคู่หน้าได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมลาย ArrowHead มอบการรองรับที่ยอดเยี่ยม ทั้งแบบปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง หรือระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่งสำหรับฝั่งคนขับ รวมถึงระบบเลื่อนเบาะและพวงมาลัยอัตโนมัติเพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกจากรถ แม้ว่าเบาะหลังอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าออกเล็กน้อย แต่เมื่อนั่งแล้วก็มีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะที่เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ และยังสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังได้อีกด้วย ห้องเก็บสัมภาระมีความจุถึง 615 ลิตร ซึ่งใหญ่กว่ารถในเซกเมนต์เดียวกันอย่างชัดเจน พร้อมฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ขุมพลังที่หลากหลาย: ประสิทธิภาพและความคล่องตัวในแบบฉบับ Lexus UX
ในปี 2025 Lexus UX ยังคงนำเสนอทางเลือกขุมพลังที่หลากหลายและทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่ โดยไม่มีเครื่องยนต์ดีเซล เนื่องจากแนวโน้มตลาดและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในระดับสากล
Lexus UX200: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินใหม่ รหัส M20A-FKS 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,987 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที และแรงบิด 205 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift CVT ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผสมผสานความราบรื่นของ CVT เข้ากับการออกตัวที่ทรงพลังเหมือนเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม. พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ UX200 จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการขับขี่ในเมืองเป็นหลัก
Lexus UX250h: ขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ได้รับการพัฒนาใหม่หมดจด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Atkinson Cycle ให้กำลัง 146 แรงม้าและแรงบิด 180 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 109 แรงม้า เมื่อผสานการทำงานจะให้กำลังรวมสูงสุด 178 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT ที่ราบรื่นและตอบสนองได้ทันใจ พร้อมแบตเตอรี่ Ni-Mh ขนาดกะทัดรัดที่ติดตั้งใต้เบาะหลังเพื่อจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง UX250h มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ e-Four ALL WHEEL DRIVE ซึ่งเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับล้อหลัง มอบความมั่นใจและเสถียรภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกสภาพถนน ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.5 วินาที (FWD) และความเร็วสูงสุด 177 กม./ชม. พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เป็นเลิศ UX250h คือตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความประหยัด ความเงียบสงบ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่าง: ความแม่นยำและความสบายที่ลงตัว
Lexus UX มาพร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) ที่ให้ความรู้สึกแม่นยำและกระชับมือ หมุนเพียง 2.76 รอบจากซ้ายสุดไปขวาสุด ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดายและตอบสนองได้ฉับไว ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Trailing Wishbone ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับ UX มอบความนุ่มนวลในการขับขี่และการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ในรุ่น F Sport ยังมีการติดตั้งเหล็กกันโคลงหน้าและเหล็กค้ำช็อกอัพคู่หน้า พร้อม “performance damper” ที่ล้อคู่หลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและลดแรงกระแทก ให้การขับขี่ที่ “เนียน” ยิ่งขึ้น ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold รวมถึงระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ABS, EBD, BA, VSC, TRC จึงมั่นใจได้ในประสิทธิภาพการหยุดรถสูงสุด
ระบบความปลอดภัย: อุ่นใจในทุกเส้นทางด้วย Lexus Safety System+
Lexus UX อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) Lexus Safety System+ เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดในปี 2025:
All-Speed Dynamic Radar Cruise Control: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันที่ทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำถึงสูง
Pre-Collision System (PCS) with Pedestrian and Cyclist Detection: ระบบเตือนก่อนการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติ ที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้าได้ในเวลากลางคืน และจักรยานในเวลากลางวัน
Lane Keep Assist with Lane Tracing Assist: ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนและดึงรถกลับเมื่อเบี่ยงออก
Road Sign Assist (RSA): แจ้งเตือนป้ายบอกทางบนมาตรวัดและ HUD
Adaptive High-beam System (AHS) / Intelligent High-Beam headlamps (AHB): ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
Parking Support Alert with Rear Cross Traffic Alert: ระบบช่วยจอดและเตือนเมื่อมีพาหนะตัดท้ายรถ
นอกจากนี้ Lexus UX ยังมาพร้อมถุงลมนิรภัยสูงสุด 8 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านนิรภัย, หัวเข่า) และเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 5 ตำแหน่งพร้อมระบบลดแรงปะทะและดึงกลับอัตโนมัติ มอบการปกป้องที่สมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์
การเดินทางที่เหนือกว่า: ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ผมได้สัมผัสรถยนต์มากมายหลากหลายประเภท แต่ Lexus มีเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบในเรื่องของความพิถีพิถันและการมอบประสบการณ์ที่ “ไร้รอยต่อ” (Seamless Experience) ในการขับขี่ การทดลองขับ Lexus ES และ Lexus UX ทำให้ผมได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้รถยนต์ของพวกเขาเป็นมากกว่ายานพาหนะ
Lexus ES มอบความสงบและความสบายดุจห้องรับรองเคลื่อนที่ ด้วยช่วงล่างที่นุ่มนวล แต่ยังคงให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม สมรรถนะจากขุมพลังไฮบริดนั้นราบรื่น ไม่กระโชกโฮกฮาก แต่เปี่ยมด้วยพละกำลังเมื่อต้องการเร่งแซง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกลหรือการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความผ่อนคลาย พวงมาลัยที่ตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การควบคุมรถขนาดใหญ่นี้เป็นไปอย่างง่ายดายและมั่นใจ
ในทางกลับกัน Lexus UX ตอบสนองความต้องการของผู้ที่แสวงหาความกระฉับกระเฉงและการเชื่อมโยงกับถนนที่มากขึ้น UX250h ด้วยขุมพลังไฮบริดใหม่หมดจด ให้การตอบสนองที่ลื่นไหลและมั่นคง เหมาะสมอย่างยิ่งกับการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น อัตราเร่งในช่วงออกตัวของรุ่น e-Four ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลังที่ล้อหลังนั้นทำได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ UX200 แม้จะใช้เกียร์ Direct Shift CVT แต่การทำงานของเกียร์ลูกนี้ก็มีความชาญฉลาด มอบประสบการณ์การออกตัวที่กระฉับกระเฉงกว่า CVT ทั่วไป ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถเกียร์ธรรมดาในจังหวะออกตัว ซึ่งเป็นสัมผัสที่น่าสนใจและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
ไม่ว่าจะเป็น ES หรือ UX ทั้งสองรุ่นต่างสะท้อนถึงปรัชญา Omotenashi ของ Lexus ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ดีไซน์ที่เน้นความสะดวกสบายและฟังก์ชันการใช้งาน วัสดุระดับพรีเมียมที่สัมผัสได้ในทุกตารางนิ้ว ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและง่ายดายยิ่งขึ้น Lexus ไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ แต่สร้างประสบการณ์ที่คำนึงถึง “คน” เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
Lexus ในปี 2025 และอนาคตที่ยั่งยืน
ในปี 2025 และอนาคตข้างหน้า Lexus ไม่ได้หยุดอยู่แค่ปัจจุบัน แต่ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ยั่งยืนและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูง การออกแบบที่คำนึงถึงอารมณ์ความรู้สึก และการใส่ใจในรายละเอียดที่เหนือกว่า คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Lexus ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู
แบรนด์ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะในด้านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ Lexus ทุกคันจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเลิศ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ยกระดับของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ Lexus ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ที่ผสมผสานความหรูหรา นวัตกรรม และความใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น Lexus ES ที่มอบความสง่างามและความสบายสูงสุด หรือ Lexus UX ที่ฉีกกฎนิยามของ Urban Premium ด้วยความคล่องตัวและสไตล์อันโดดเด่น ขอเชิญคุณมาเยี่ยมชมและทดลองขับได้ที่ผู้จำหน่าย Lexus ทั่วประเทศ เพื่อเปิดประตูสู่โลกแห่งการขับขี่แห่งอนาคต ที่ Lexus ได้รังสรรค์ไว้สำหรับคุณโดยเฉพาะ

