ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์หรูมายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะ Lexus ที่ยืนหยัดในปรัชญา “การสร้างสรรค์ที่เหนือความคาดหมาย” มาโดยตลอด ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและพันธกิจด้านความยั่งยืน ในปี 2025 นี้ Lexus ยังคงพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์ที่ไม่เพียงเป็นพาหนะ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับชีวิต และวันนี้ ผมจะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงสองรุ่นสำคัญที่กำหนดทิศทางของ Lexus ในตลาดเมืองไทยและทั่วโลก นั่นคือ Lexus ES และ Lexus UX ซึ่งเป็นตัวแทนของความหรูหราที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างลงตัว
Lexus ES: นิยามใหม่ของซาลูนหรูเหนือกาลเวลาสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต
Lexus ES คือหนึ่งในหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนแบรนด์ Lexus มาตั้งแต่ปี 1989 และในวันนี้ ปี 2025 ES ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการยอมรับในฐานะ รถยนต์ซาลูนพรีเมียม ที่ไร้กาลเวลา สำหรับตลาดประเทศไทย Lexus ES ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ รถหรู มาตั้งแต่ปี 1994 และในเจเนอเรชันล่าสุดที่นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย Lexus Group ภายใต้ Toyota Motor (ประเทศไทย) นั้น ES ได้รับการปรับปรุงให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ตอบรับวิสัยทัศน์ “Lexus Electrified” และความต้องการของ ผู้บริหารรุ่นใหม่ อย่างแท้จริง
การออกแบบที่เชื่อมโยงอารมณ์และความล้ำหน้า
การออกแบบภายนอกของ Lexus ES ในปี 2025 ยังคงสะท้อนความกล้าหาญและเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus โดยเฉพาะ กระจังหน้า Spindle Grille ขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับแต่งให้ดูทันสมัยและมีมิติมากขึ้น ผสานกับชุดไฟหน้า Ultra Compact 3-Eye LED ที่ไม่เพียงให้ความสว่างคมชัด แต่ยังเป็นงานศิลปะที่ดึงดูดทุกสายตา เส้นสายด้านข้างตัวรถถูกออกแบบให้โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตยิ่งขึ้น สะท้อนพลวัตที่ซ่อนอยู่ภายใน ปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED รูปตัว L ที่เชื่อมโยงเข้ากับดีไซน์ของรุ่นพี่อย่าง LS ได้อย่างลงตัว พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว ที่ไม่เพียงเสริมภาพลักษณ์สปอร์ต แต่ยังรองรับ สมรรถนะการขับขี่ ที่เหนือชั้น และด้วยฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าที่ตอบสนองการใช้งานอย่างสะดวกสบาย ทำให้ ES เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ แต่เป็นภาพสะท้อนของความสำเร็จและรสนิยมอันโดดเด่น
ตัวถังของ Lexus ES ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสำหรับปี 2025 ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มมิติของตัวรถให้กว้างขวางขึ้นในทุกด้าน (ความยาว 4,975 มม. ความกว้าง 1,865 มม. ความสูง 1,445 มม. และระยะฐานล้อ 2,870 มม.) แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ การทรงตัว ที่ยอดเยี่ยม และ การขับขี่ที่นุ่มนวล อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus
ห้องโดยสารที่รังสรรค์เพื่อประสบการณ์เหนือระดับ
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Lexus ES คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญา “Omotenashi” (การต้อนรับอย่างอบอุ่นแบบญี่ปุ่น) ที่แท้จริง การตกแต่งภายในยังคงเน้นความหรูหราสูงสุดด้วยวัสดุหนังแท้เกรดพรีเมียมและลายไม้ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยในปี 2025 นี้ Lexus ได้เพิ่มตัวเลือกสีสันและวัสดุที่หลากหลายขึ้น ตอบสนองเทรนด์ Sustainable Luxury ด้วยการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงบางส่วนมาใช้ในจุดที่เหมาะสม โดยไม่ลดทอนความหรูหรา จอแสดงผลกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว และ 8 นิ้ว ที่ผสานรวมเข้ากับระบบ Digital Cockpit อันล้ำสมัย ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ
ที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger) สำหรับสมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับ รถยนต์เชื่อมต่อ ในยุคปัจจุบัน และ ES ก็จัดเต็มให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อโลกดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ เบาะนั่งที่โอบรับสรีระ ผสานกับระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่ช่วยรักษาระดับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์แห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง
ขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันที่ 5: ประสิทธิภาพและความยั่งยืนในหนึ่งเดียว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lexus ES ก้าวทันโลกในปี 2025 คือ เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้าน การประหยัดน้ำมัน และการลดการปล่อยมลพิษ ในรุ่น ES 300h ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS VVT-iE ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีกำลัง 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ ให้กำลังสูงสุดถึง 120 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน ระบบไฮบริดของ ES300h สามารถสร้างกำลังสูงสุดรวม 218 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ เพื่อการตอบสนองที่นุ่มนวลและต่อเนื่องยิ่งขึ้น พร้อมช่วงล่างหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบนที่ให้ การยึดเกาะถนน และ ความนุ่มนวล ที่เป็นเลิศ
นอกจากนี้ ในปี 2025 นี้ Lexus ยังได้นำเสนอตัวเลือกใหม่สำหรับ ES ในบางตลาด นั่นคือรุ่น ES 300h Plug-in Hybrid (PHEV) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลขึ้น ตอบรับเทรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Lexus ในการเป็นผู้นำด้าน นวัตกรรมยานยนต์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อความอุ่นใจ
Lexus ES มาพร้อมกับแพ็กเกจ ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกในปี 2025 ที่ถูกปรับปรุงให้ชาญฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้น ประกอบด้วย:
ระบบป้องกันก่อนการชน (Pre-Collision System – PCS) พร้อมฟังก์ชันตรวจจับคนเดินเท้า จักรยาน และยานพาหนะที่เข้ามาใกล้ในเวลากลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control – DRCC) ที่สามารถปรับความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้อัตโนมัติตลอดทุกย่านความเร็ว
ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่ง (Lane Keeping Assist – LKA) และ Lane Tracing Assist (LTA) ที่ไม่เพียงแต่เตือนเมื่อรถออกนอกเลน แต่ยังช่วยประคองรถให้อยู่ในช่องทางได้อย่างปลอดภัย
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (Adaptive High Beam – AHB) หรือ Adaptive Front-lighting System (AFS) ที่ปรับทิศทางลำแสงไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย เพื่อเพิ่มทัศนวิสัย
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor – BSM) และ ระบบเตือนขณะถอยรถพร้อมระบบช่วยเบรก (Rear Cross Traffic Alert with Braking – RCTA-B) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ รถยนต์ในเมือง ที่การจราจรหนาแน่น
ถุงลมนิรภัย 10 จุดรอบคัน เสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุดให้กับผู้โดยสารทุกคน
Lexus ES ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงซาลูนที่หรูหราและสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นยานยนต์ที่ผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับปรัชญาการออกแบบที่คำนึงถึงมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์พรีเมียม ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว
Lexus UX: พลวัตแห่งความหรูหราสำหรับนักสำรวจเมืองยุคใหม่
หาก Lexus ES คือซาลูนสำหรับผู้บริหารที่เน้นความสง่างาม Lexus UX คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการ รถครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดกะทัดรัด ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความคล่องตัว และบุคลิกที่โดดเด่น เหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองและการออกสำรวจสิ่งใหม่ๆ ในปี 2025 นี้ Lexus UX ยังคงตอกย้ำบทบาทของการเป็น รถ SUV คอมแพคพรีเมียม ที่ทันสมัยที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ด้วยแนวคิดการออกแบบที่มาจากวิสัยทัศน์อันก้าวหน้าของหัวหน้าวิศวกรหญิงคนแรกของ Toyota/Lexus คุณ Chika Kako ผู้ที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่มี “คุณค่าทางความรู้สึก” และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ขับขี่ให้ดีขึ้น
การออกแบบที่สะท้อนความเป็น “Urban Explorer”
Lexus UX ยังคงโดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่แข็งแกร่งแต่แฝงไว้ซึ่งความสง่างามตามสไตล์ Lexus ตัวถังที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ไม่เพียงให้ความสวยงาม แต่ยังช่วยในเรื่องอากาศพลศาสตร์ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) เพียง 0.33 เป็นเครื่องยืนยันถึงความใส่ใจในรายละเอียดนี้ กระจังหน้า Spindle Grille ของ UX มีลวดลายเฉพาะตัวที่ดูมีมิติและกลมกลืนกับตัวรถ ไฟหน้าแบบ Bi-LED หรือ Premium Triple Beam LED ที่คมกริบ พร้อมไฟท้ายแบบยาวเชื่อมต่อกันตลอดแนว ที่ไม่เพียงเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นครีบรีดอากาศ (Aero Stabilizing Fins) ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
Lexus UX สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA-C (Toyota New Global Architecture – Compact) ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับ Lexus ซึ่งไม่เหมือนกับแพลตฟอร์มที่ใช้ใน Toyota C-HR ซะทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ Lexus ได้ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมตัวถังขั้นสูง เช่น Laser Screw Welding และการใช้กาวโครงสร้างในปริมาณที่มากกว่า เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ UX มี จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และ การบังคับควบคุม ที่เฉียบคม ตอบสนองต่อการขับขี่ในเมืองได้อย่างยอดเยี่ยม
ภายในที่ผสานเทคโนโลยีและสไตล์
ภายในห้องโดยสารของ Lexus UX ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางแห่งประสบการณ์สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยการจัดวางองค์ประกอบที่เน้นการใช้งานจริงและให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราตามแบบฉบับ Lexus ในปี 2025 นี้ UX ได้ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลไปอีกขั้น ด้วย หน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ได้ โดยได้แรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์อย่าง Lexus LF-A V10 พร้อม Head-Up Display (HUD) ที่แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้า
ระบบ Infotainment ที่ควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 10.3 นิ้ว (Wide Screen) หรือ 7 นิ้ว มาพร้อม Remote Touch Pad เวอร์ชันใหม่ที่แม่นยำยิ่งขึ้น รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบจะทันสมัยอยู่เสมอ การเลือกใช้วัสดุภายในมีความหลากหลาย ตั้งแต่ผ้ากำมะหยี่คุณภาพสูงไปจนถึงหนังแท้ Alcantara และยังมีตัวเลือก Washi Texture Dashboard ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานกระดาษโบราณของญี่ปุ่น สะท้อนถึงความประณีตและงานฝีมือที่ไม่เหมือนใคร ช่องแอร์ที่มาพร้อมไฟ Illumination แบบ Wireless เพิ่มลูกเล่นและบรรยากาศที่น่าสนใจในยามค่ำคืน
ขุมพลังที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
ในปี 2025 Lexus UX มีการนำเสนอขุมพลังที่ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายและแนวโน้มของ ยานยนต์ไฟฟ้า
Lexus UX 200: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินใหม่ รหัส M20A-FKS ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 171 แรงม้า และแรงบิด 205 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift CVT ที่มีอัตราทดเกียร์ 1 แบบตายตัว ผสานการทำงานของคลัตช์และ Torque Converter ทำให้รู้สึกถึงการออกตัวที่กระฉับกระเฉงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น มอบ ประสบการณ์ขับขี่ ที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพในแบบ รถยนต์ประหยัดน้ำมัน
Lexus UX 250h (Hybrid): หัวใจหลักของ UX ในหลายตลาด ยังคงเป็นระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจาก ES ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Atkinson Cycle ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 178 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้รวดเร็ว รุ่น UX 250h ยังมีตัวเลือก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-Four ALL WHEEL DRIVE ที่เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังอีก 1 ตัว ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและเสถียรภาพในการขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นผิวที่ลื่น
Lexus UX 300e (Full Electric Vehicle – EV): ในปี 2025 Lexus ได้ยกระดับ UX ไปสู่การเป็น รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรุ่น UX 300e ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงขึ้นและมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังและระยะทางขับขี่ที่น่าประทับใจ ตอบโจทย์ผู้ที่มองหา รถยนต์พลังงานสะอาด สำหรับการใช้งานในเมืองอย่างแท้จริง การชาร์จที่รวดเร็วและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งาน EV ที่ขยายตัวมากขึ้น ทำให้ UX 300e เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับอนาคต
ความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะ
Lexus UX มาพร้อมกับ Lexus Safety System+ เจเนอเรชัน 3 เช่นเดียวกับ ES ซึ่งเป็นชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ประกอบด้วยฟังก์ชันต่างๆ เช่น:
All-Speed Dynamic Radar Cruise Control
Pre-Collision System (PCS) พร้อม Pedestrian Detection และ Cyclist Detection ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพในเวลากลางคืน
Lane Tracing Assist (LTA) ที่ช่วยประคองรถให้อยู่กึ่งกลางเลน
Adaptive High-beam System (AHS) ที่ปรับรูปแบบลำแสงไฟหน้าเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น
Road Sign Assist (RSA) แสดงป้ายจราจรบนหน้าจอ
Parking Support Alert และ Rear Cross Traffic Alert with Braking (RCTA-B) ที่ช่วยในการจอดและถอยรถในที่แคบได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมี ถุงลมนิรภัย 8 จุด รอบคัน เพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
Lexus UX ในปี 2025 เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสไตล์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่ตอบสนอง และเทคโนโลยีที่ชาญฉลาด เหมาะสำหรับ นักสำรวจเมืองสมัยใหม่ ที่ต้องการยานยนต์ที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพที่กระตือรือร้นและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
สรุป: Lexus ก้าวสู่อนาคตแห่งยานยนต์พรีเมียมปี 2025
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมกล้าพูดได้ว่า Lexus ES และ UX ในปี 2025 เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งวิสัยทัศน์ของ Lexus ที่มุ่งมั่นนำเสนอ ความหรูหราที่ยั่งยืน และ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ES ที่คงความสง่างามและความสะดวกสบายขั้นสุดสำหรับผู้บริหาร หรือ UX ที่เปี่ยมด้วยพลวัตและเทคโนโลยีสำหรับคนเมืองรุ่นใหม่ ทั้งสองรุ่นต่างสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย ด้วยเทคโนโลยี Lexus Electrified ที่เป็นหัวใจสำคัญ ระบบความปลอดภัยระดับโลก และการออกแบบที่ผสานความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Lexus ไม่ได้ขายแค่รถยนต์ แต่ขาย “ประสบการณ์” และ “คุณค่า” ที่จับต้องได้ ซึ่งทำให้แบรนด์ยังคงเป็นผู้นำในตลาด รถหรู มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับปี 2025 นี้ Lexus ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมที่จะนำพาทุกท่านไปสู่โลกแห่ง การขับขี่แห่งอนาคต ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความยั่งยืน
ปลดล็อกประสบการณ์แห่งความหรูหราและการขับขี่แห่งอนาคตด้วย Lexus ES และ UX ที่โชว์รูม Lexus ทั่วประเทศวันนี้! ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมมอบบริการที่เหนือกว่าและตอบทุกข้อสงสัย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับนิยามใหม่ของยานยนต์พรีเมียมที่แท้จริง

